แชร์

Cranberry Sauce (แครนเบอร์รี่ซอส)

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ย. 2025

ความหมายและที่มาของ Cranberry Sauce

Cranberry Sauce (แครนเบอร์รี่ซอส) เป็นอาหารประเภทแยมและเจลลี่ มักเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง หรือทำเป็นไส้อาหารประเภทอื่น ๆ ทำจากแครนเบอร์รี่สด เคี่ยวกับน้ำและน้ำตาลจนกลายเป็นของเหลวข้น ๆ นอกจากการทำสด ๆ แล้ว Cranberry Sauce ในรูปแบบกระป๋องก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน ซึ่งเมนูนี้เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า

ต้นกำเนิดและความหมายของเทศกาล Thanksgiving

หากพูดถึง Thanksgiving หรือเทศกาลขอบคุณพระเจ้า ซึ่งมีรากฐานจาก Harvest Festival (เทศกาลฤดูเก็บเกี่ยว) ในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกาและแคนาดานั้นมีประวัติศาสตร์และจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน โดยในประเทศแคนาดา ซึ่งมีขึ้นในวันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคมทุกๆปี นั้นเก่าแก่กว่าและมีจุดมุ่งหมายไปที่การขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ในขณะที่ของอเมริกา จะจัดขึ้นวันพฤหัสที่สี่ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และเน้นการขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยคุ้มครองให้เหล่าผู้บุกเบิกทวีปใหม่มีชีวิตรอดจนสร้างประเทศขึ้นมาได้

แครนเบอร์รี่: ผลไม้พื้นถิ่นแห่งทวีปอเมริกา

แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้สีแดงลูกเล็ก มีรสชาติเปรี้ยว เติบโตเป็นพุ่มเตี้ยตามธรรมชาติทั่วทวีปอเมริกา โดยเฉพาะในรัฐ Massachusetts สหรัฐอเมริกา และถูกบริโภคโดยคนท้องถิ่นมานานนับพันปี ทั้งการใช้ทำอาหาร ทำยา และการย้อมสีผ้า สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับ Thanksgiving ของทั้งสองประเทศ

บทบาทแครนเบอร์รี่ในประวัติศาสตร์แคนาดา

ซึ่งในส่วนของประเทศแคนาดา งานเลี้ยงขอบคุณพระเจ้าที่จัดขึ้นเพื่อแบ่งปันอาหารระหว่างชาวท้องถิ่นและผู้ตั้งถิ่นฐานมีมาตั้งแต่การเริ่มตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในปีค.ศ. 1579 และมีการบันทึกไว้ว่าชาว Mi'kmaq (คนท้องถิ่นดั้งเดิมเผ่าหนึ่งของแคนาดา) ได้แนะนำให้ชาวฝรั่งเศสที่มาตั้งถิ่นฐานในเมือง Port-Royal ในภูมิภาค Acadia ได้รู้จักกับแครนเบอร์รี่ในปีค.ศ. 1606 โดยปรุงรสด้วยน้ำหวานจากต้นเมเปิ้ล และเสิร์ฟในงานเลี้ยงขอบคุณพระเจ้าของปีนั้น โดยผู้ตั้งถิ่นฐานเหล่านั้นได้เรียกแครนเบอร์รี่ว่า แอปเปิ้ลสีแดงขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบัน ผู้คนใน Acadia ก็ยังเรียกแครนเบอร์รี่ว่า pommes de prés ซึ่งแปลว่าแอปเปิ้ลทุ่งหญ้า

ประวัติศาสตร์วันขอบคุณพระเจ้าครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา

ในส่วนของประวัติศาสตร์วันขอบคุณพระเจ้าครั้งแรกของอเมริกา เมื่อปีค.ศ. 1621 ในรัฐ Massachusetts เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองระหว่างชาวท้องถิ่นและนักแสวงบุญ ไม่ได้มีการบันทึกถึงการบริโภคแครนเบอร์รี่หรือ Cranberry Sauce ในวันขอบคุณพระเจ้าแต่อย่างใด แม้ว่าอาจจะมีการค้นพบแครนเบอร์รี่แล้ว และเป็นไปได้ว่าจะมีการนำเสนอแครนเบอร์รี่ในมื้ออาหารนี้ แต่ในสมัยนั้นในอเมริกายังไม่มีการผลิตน้ำตาล จึงเป็นไปได้ยากที่จะมีการทำเป็นซอส

จุดเริ่มต้นของซอสแครนเบอร์รี่ในอเมริกา

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รู้จักผลไม้ชนิดนี้แล้วครั้งหนึ่ง จึงได้มีการพยายามปรับปรุงรสชาติให้รับประทานได้ง่ายยิ่งขึ้น จนมีการบันทึกไว้ในปีค.ศ. 1672 ว่าทั้งคนท้องถิ่นและชาวยุโรปในอเมริกา ได้ริเริ่มการต้มแครนเบอร์รี่กับน้ำตาลเพื่อทำเป็นซอสไว้รับประทานกับเนื้อ และเริ่มแพร่หลายไปทั่วอเมริกา จนในที่สุดก็มีสูตรการทำ Cranberry Sauce ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ American Cookery โดย Amelia Simmons ในปีค.ศ. 1796 ซึ่งผู้เขียนยังได้แนะนำว่าควรรับประทานกับไก่งวงอบ

ไก่งวงอบกับ Cranberry Sauce: สัญลักษณ์แห่ง Thanksgiving

ไก่งวงอบกลายเป็นเมนูที่นิยมทานในวัน Thanksgiving ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงในฟาร์มประจำแต่ละบ้าน และมีปริมาณเพียงพอให้นำมารับประทาน ทั้งยังมีขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับการนำมาทำเป็นอาหารสำหรับเฉลิมฉลอง ซึ่ง Cranberry Sauce ก็เติบโตไปพร้อม ๆ กัน จนทั้งสองเมนูกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของ Thanksgiving ตลอดมา

กำเนิด Cranberry Sauce กระป๋องและการเติบโตสู่ระดับประเทศ

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Cranberry Sauce คือการเกิดขึ้นของ Cranberry Sauce ในรูปแบบกระป๋อง ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปีค.ศ. 1912 โดย Marcus Urann ซึ่งเป็นเจ้าของไร่แครนเบอร์รี่แห่งหนึ่งใน Massachusetts โดยเริ่มแรกยังคงผลิตตามฤดูเก็บเกี่ยวและมีจำหน่ายให้เฉพาะคนในพื้นที่ ในเวลาต่อมา Urann ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ocean Sprays และวางจำหน่าย Cranberry Sauce กระป๋องไปทั่วประเทศในปีค.ศ. 1941 และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี

การแพร่หลายของ Cranberry Sauce กระป๋องทั่วโลก

Cranberry Sauce กระป๋องของ Ocean Sprays จะมีลักษณะพิเศษคือเป็นวุ้นคงตัว ง่ายต่อการใช้งาน เวลาจัดเสิร์ฟมักจะตัดออกมาเป็นแผ่นวงกลม และในบางครั้งก็เอาไปตัดเป็นรูปร่างต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้เมนูอาหาร หลังจากวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว ชื่อเสียงของ Cranberry Sauce ก็ยิ่งพุ่งทะยาน และกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดในอเมริกาสำหรับช่วง Thanksgiving จนถึงปัจจุบันนี้ อีกทั้งยังส่งออกและวางจำหน่ายไปทั่วโลก
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Pierogi (เปียโรกี)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Pierogi” เมนูเกี๊ยวที่กลายมาเป็นอาหารพื้นบ้านโปแลนด์
Khichdi (ขิจรี)
ทำความรู้จัก “Khichdi” (ขิจรี) อาหารเพื่อสุขภาพ และเป็น Comfort Food ยอดนิยมของชาวอินเดีย
Roast Pork with Apples (โรสต์พอร์ค วิธ แอปเปิลส์)
Roast Pork with Apples (โรสต์พอร์ค วิธ แอปเปิลส์) อาหารคลาสสิกยุโรปจากหมู แอปเปิ้ล และสมุนไพร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ