แชร์

Jartisann (จาร์ทิซานน์)

ชีสไม่จำเป็นต้องผลิตหรือนำเข้าจากเมืองนอกเสมอไปถึงจะเป็นชีสที่ดี เพราะประเทศไทยเราเองก็สามารถผลิตชีสดี ๆ เป็นของตัวเองได้แล้วเช่นกัน

นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง Jartisann (จาร์ทิซานน์) แบรนด์ชีสสัญชาติไทยแท้ 100% ที่ผลิตในจังหวัดเชียงใหม่ โดยคนไทยอย่างคุณเส จารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

จุดเริ่มต้นจากโครงการหลวง: แปรนมล้นตลาดสู่ชีสระดับโลก

คุณเส จารุทัศ เจ้าของแบรนด์ Jartisann เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจว่า ก่อนจะมาทำแบรนด์ชีสของตัวเอง ในอดีตคุณเสเคยเป็นผู้ประสานงานพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการของโครงการหลวงมากว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2549 - 2564)

ขณะทำงานที่โครงการหลวง คุณเสได้รับมอบหมายจากหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงในขณะนั้น ให้ศึกษาการแปรรูปอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบจากเกษตรกร คุณเสจึงเล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับนมวัวที่มีมากจนล้นตลาด จึงเกิดแนวคิดที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโคนมในประเทศไทย

ด้วยความที่คุณเสมักจะชอบคิดอะไรนอกกรอบ จึงเกิดไอเดียในการทำชีสขึ้นมา เพราะในประเทศไทย นมวัวส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปแปรรูปสำหรับทำโยเกิร์ตหรือนมพาสเจอร์ไรส์ แต่ไม่มีใครคิดจะนำนมวัวไปทำชีสเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดว่าประเทศไทยเราไม่สามารถผลิตชีสให้ดีได้เหมือนเมืองนอก ดังนั้น คุณเสจึงเริ่มต้นศึกษาและลงมือทำชีสอย่างจริงจัง

จากนักออกแบบสู่นักทำชีส: แรงบันดาลใจจาก World Cheese และชีสญี่ปุ่น

คุณเสเล่าว่า ตนเองไม่มีความรู้เรื่องการทำชีสมาก่อนเลย เพราะเรียนจบเกี่ยวกับการออกแบบอุตสาหกรรม แต่ข้อดีของการเรียนจบด้านนี้คือคุณเสมีความชำนาญในการพลิกแพลง หรือดัดแปลงสิ่งใหม่ ๆ สามารถหยิบจับอะไรก็ได้นำมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ พอได้เข้ามาคลุกคลีอยู่ในวงการอาหาร จึงนำแนวคิดเหล่านั้นมาผสานเข้ากับการทำอาหารแล้วนำมาต่อยอดในการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

ในช่วงแรก ๆ ของการทำชีส คุณเสเริ่มต้นจากการศึกษาหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และอ่านหนังสือชื่อ World Cheese ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ทำให้คุณเสเห็นว่าทั่วโลกมีชีสหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทก็จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แต่ที่เป็นแรงบันดาลใจจริง ๆ คือในหนังสือเล่มนี้มีชีสจากประเทศญี่ปุ่นถูกเขียนอยู่ในนั้นด้วย คุณเสจึงสงสัยว่าทั้ง ๆ ที่คนเอเชียส่วนใหญ่ปกติจะไม่ทานชีส แต่ทำไมถึงมีชีสจากเอเชียถูกเขียนอยู่ในนั้นด้วย คุณเสจึงคิดว่าถ้าอย่างนี้ ทำไมประเทศไทยเราถึงจะผลิตชีสเองไม่ได้ และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตชีสในประเทศไทยนั่นเอง

ชีสไทย สู่รสชาติโลกใหม่: การันตีคุณภาพระดับมิชลิน

ครั้งหนึ่งคุณเสเคยเดินทางไปศึกษาโรงงานทำชีสในต่างประเทศทั้งอิตาลีและเดนมาร์ก พอไปศึกษากลับมาแล้วจึงนำมาต่อยอดทำชีสเป็นของตัวเอง โดยลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ทำตามสูตรอย่างไรก็ไม่เหมือนต้นฉบับ จนท้อและเกือบจะถอดใจในการทำชีสไปเลยทีเดียว แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าแล้วทำไมเราต้องทำชีสให้เหมือนต่างประเทศด้วย เพราะถ้าหากทำชีสให้เหมือนต่างประเทศแล้วจะเรียกว่าชีสไทยได้อย่างไร

จากนั้นเองคุณเสจึงเลิกทำชีสตามสูตรต้นฉบับ แล้วหันมาทำชีสตามสูตรของตัวเองแทน โดยการดัดแปลงชีสจากต่างประเทศมาทำในรูปแบบของตัวเอง ใช้หัวเชื้อคนละอย่าง และใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในประเทศไทย ทดลองนำวัตถุดิบหลากหลายมาผสานเข้ากับชีส ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลาบแบบที่ชาวเหนือใช้ หรือเครื่องเทศอินเดีย พอนำมาผสมผสานกันกลับพบว่าเครื่องเทศเหล่านี้สามารถเข้ากันดีได้ดีกับชีส จึงเกิดเป็นชีสโลกใหม่หลากหลายรสชาติ

พอศึกษาจนเข้าใจธรรมชาติของชีสแล้ว คุณเสจึงสามารถผลิตชีสในแบบของตัวเองได้มากมาย สามารถนำวัตถุดิบอะไรก็ได้มารังสรรค์เป็นชีสชนิดใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้เชฟหรือชาวต่างชาติได้ลองชิมด้วย เพื่อการันตีว่าชีสของคุณเสนั้นมีคุณภาพดีพอ ๆ กับชีสจากเมืองนอก โดยคุณเสได้นำชีสของเขาไปให้เชฟหลายท่านได้ชิม ตั้งแต่เชฟทั่วไปจนถึงเชฟระดับมิชลินสตาร์ และชาวต่างชาติ ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และอีกหลาย ๆ ประเทศได้ชิม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าชีสของคุณเสนั้นอร่อย และมีคุณภาพดีเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าชีสของเมืองนอกเลยด้วยซ้ำ

Jartisann: ชีสไทยที่มีเอกลักษณ์และชื่อท้องถิ่น

ทุกวันนี้ชีสแบรนด์ Jartisann มีกว่า 12 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ ให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ได้เลียนแบบชีสที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งชีสของ Jartisann เอง ก็มีอยู่ทุกประเภทเหมือนกับชีสส่วนอื่น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น Fresh cheese, Soft cheese, Semi Cheese หรือ Hard Cheese

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของแบรนด์ Jartisann เลยก็คือ ชื่อชีสแต่ละชนิดถูกตั้งชื่อให้มีความเป็นไทย และสอดคล้องกับถิ่นกำเนิด เช่น San Paquanburie (สันผักหวานบุรี) และ Forrest Tale (หางดง) ซึ่งเป็นชื่อของตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (ที่ตั้งโรงงานผลิตชีสแบรนด์ Jartisann)

โดยสาเหตุที่เลือกจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งโรงงานนั่นเป็นเพราะว่าคุณเสเคยอาศัยและชื่นชอบจังหวัดเชียงใหม่มาก ๆ จึงรู้ว่าเชียงใหม่เองก็มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพ รวมไปถึงฟาร์มโคนมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการทำชีส จึงตัดสินใจตั้งโรงงานอยู่ที่บ้านของตัวเอง ในตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าประเทศไทยเราเองก็สามารถผลิตชีสที่ดีได้เหมือนกับต่างประเทศ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่เรามีอยู่แล้วนำมาดัดแปลง พลิกแพลงให้เป็นชีสโลกใหม่ ที่มีคุณภาพดีเหมือนกับชีสทั่วโลก ทั้งนี้ก็หวังว่าในอนาคตชีสจากประเทศไทยแท้ ๆ จะโด่งดังจนคนทั่วโลกต้องแห่มาชื่นชมและลิ้มลอง

สามารถหาซื้อชีสแบรนด์ Jartisann (จาร์ทิซานน์) ได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ

    

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nagashi Somen
ทำความรู้จัก Nagashi Somen (นากาชิโซเม็ง) วัฒนธรรมการรับประทานอาหารดับร้อนที่มีความสนุกสนาน
Bangers and Mash
ทำความรู้จัก Bangers and Mash (แบงเกอร์ส แอนด์ แมช) อาหารอังกฤษแบบดั้งเดิมที่ประกอบด้วยไส้กรอก และมันฝรั่งบด
Flexitarianism
ทำความรู้จัก Flexitarianism (เฟลกซิทาเรียนนิสซึม) อีกหนึ่งทางเลือกของการบริโภค
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ