แชร์

White Asparagus (หน่อไม้ฝรั่งสีขาว)

แปลกแต่จริงที่ว่ากันว่า White Asparagus (หน่อไม้ฝรั่งสีขาว)เกิดขึ้นจากความบังเอิญที่ใครบางคนเผลอทำผ้าตกลงไปคลุมหน่อไม้ฝรั่งสีเขียว (Asparagus) ทำให้ไม่ได้รับแสงแดด สังเคราะห์แสงไม่ได้ จนกลายมาเป็นหน่อไม้ฝรั่งสีขาว

ประวัติของหน่อไม้ฝรั่ง: จากยาโบราณสู่ความบังเอิญสีขาว

ก่อนจะมีหน่อไม้ฝรั่งสีขาวและสีอื่น ๆ เดิมทีหน่อไม้ฝรั่งชนิดแรกของโลกคือหน่อไม้ฝรั่งสีเขียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีมานานนับพันปี มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของยุโรป ในสังคมกรีกและโรมัน หน่อไม้ฝรั่งสีเขียวถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยได้รับเครดิตว่ามีสรรพคุณที่ช่วยในการขับปัสสาวะและยากระตุ้นกำหนัด ซึ่งมีสูตรสำหรับปรุงอาหารปรากฏอยู่ในหนังสือ De re coquinaria เล่มที่ 3 ของ Apicius หนึ่งในตำราอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของยุคโรมัน

อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 17 การปรากฏตัวของหน่อไม้ฝรั่งสีขาวก็ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยความบังเอิญ จนได้รับการพัฒนาวิธีการเพาะปลูกให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น สามารถทำได้โดยการขุดหลุมปลูกให้ลึกลงไปในดิน 10-15 เซนติเมตร แล้วพูนดินให้สูงขึ้น เพื่อบังแสงแดดและหาวัสดุคลุมในขณะที่หน่อไม้กำลังจะแทงยอดขึ้น วิธีการเพาะปลูกแบบนี้มีความซับซ้อนและต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ดังนั้นหน่อไม้ฝรั่งสีขาวจึงมีราคาแพงกว่าหน่อไม้ฝรั่งสีเขียว

ต่อมาหน่อไม้ฝรั่งสีขาวได้รับการเพาะปลูกในอิตาลีและอีกหลายประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ จนกลายเป็นอาหารอันโอชะยอดนิยมในหมู่คนชั้นสูง จากนั้นจึงถูกนำข้ามไปยังฝรั่งเศส โดยราชินี Catherine de Medici ในช่วงศตวรรษที่ 19 และช่วงเวลาเดียวกันนี้ก็ยังเริ่มเป็นที่รู้จักในทวีปอเมริกาด้วยเช่นกัน

Spargel: ทองคำขาวแห่งเยอรมนี

ในประเทศเยอรมนี หน่อไม้ฝรั่งสีขาวถือเป็นผักที่มีมูลค่าสูงที่รู้จักในชื่อ Spargel ซึ่งมีการเฉลิมฉลองกันในเทศกาล Spargelzeit ที่มีตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปี เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หน่อไม้ฝรั่งสีขาวสามารถเติบโตได้ดี และมีรสชาติอร่อย ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบการทานหน่อไม้ฝรั่งสีขาวอย่างชาวเยอรมนีจึงจัดให้มี เทศกาลกินหน่อไม้ฝรั่งสีขาว โดยประเพณีนี้จัดขึ้นในหลายเมืองของเยอรมนี เช่น เมือง Schrobenhausen, Schwetzingen และ Abensberg เป็นต้น

ร้านอาหารเกือบทุกแห่งในเมืองจะเปลี่ยนเมนูอาหารให้มีหน่อไม้ฝรั่งสีขาวหลายรายการ มีการสัมมนาเกี่ยวกับหน่อไม้ฝรั่ง ทัวร์ชมหน่อไม้ฝรั่ง การแข่งขันทานหน่อไม้ฝรั่ง และในเมือง Schwetzingen ยังมีพิธีสวมมงกุฎหน่อไม้ฝรั่งสีขาวให้กับหญิงสาวอีกด้วย แต่จุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้คือ มีรูปปั้นของ Spargelfrauen (สตรีแห่งทุ่งหน่อไม้ฝรั่ง) ที่ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นจุดไฮไลต์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนที่เมืองแห่งนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ

นอกจากนี้ที่เมือง Schrobenhausen ในแคว้นบาวาเรียของประเทศเยอรมนี ยังมีพิพิธภัณฑ์หน่อไม้ฝรั่งอีกด้วย เนื่องจากคนในเมืองนี้ชอบการทานหน่อไม้ฝรั่งมากเป็นพิเศษ จึงอุทิศพื้นที่ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ให้เป็นเรื่องของหน่อไม้ฝรั่ง โดยรวบรวมประวัติ วรรณกรรม บทโคลงกลอน การเพาะปลูก การใช้เป็นยารักษาโรค รวมไปถึงสูตรการทำอาหาร เอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จะตกแต่งด้วยภาพเขียน เซรามิก และมีภาพเขียนรูปหน่อไม้ฝรั่งในกระป๋องซุปแคมป์เบลของ Andy Warhol (ศิลปินที่โด่งดังจากภาพวาดกระป๋องซุป Campbell's) ประดับอยู่ด้วย

การเก็บเกี่ยวและโภชนาการ: ความแตกต่างของหน่อไม้ฝรั่งขาวและเขียว

หน่อไม้ฝรั่งสีเขียวและสีขาว มีวิธีการเพาะปลูกแบบเดียวกัน เพียงแต่หน่อไม้ฝรั่งสีขาวจะถูกเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่จะโผล่พ้นดินมาเจอแสงแดด ขณะเดียวกันนั้นหน่อไม้ฝรั่งสีเขียวจะถูกเก็บเกี่ยวก็ต่อเมื่อมียอดโผล่พ้นดินขึ้นมาแล้วทำการสังเคราะห์แสง เพื่อสร้างคลอโรฟิลล์ จนกลายเป็นสีเขียว

โดยทั่วไปแล้วหน่อไม้ฝรั่งสีขาวจะมีราคาแพงกว่าหน่อไม้ฝรั่งสีเขียว เพราะเป็นผักที่หากินได้ค่อนข้างยาก มีให้รับประทานเพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อปี โดยช่วงเวลาของหน่อไม้ฝรั่งสีขาวจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนเมษายนและสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนเท่านั้น เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเติบโต และกระบวนการปลูกที่ต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ

ทองคำขาวแห่งทวีปยุโรป ฉายานี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะหน่อไม้ฝรั่งสีขาวขึ้นชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งพืชพรรณ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี และแคลเซียม มีเบตาแคโรทีน และวิตามินมากมาย ได้แก่ วิตามินซี B1 B2 B3 B5 B6 และ B9 นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน น้ำตาล โปรตีน แมกนีเซียม แมงกานีส และโพแทสเซียม

มีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ บำรุงกระเพาะปัสสาวะ ลดกรดในกระเพาะอาหารและลำไส้ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ บำรุงตับ บำรุงไต ช่วยขับสารพิษ ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะ และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nagashi Somen
ทำความรู้จัก Nagashi Somen (นากาชิโซเม็ง) วัฒนธรรมการรับประทานอาหารดับร้อนที่มีความสนุกสนาน
Flexitarianism
ทำความรู้จัก Flexitarianism (เฟลกซิทาเรียนนิสซึม) อีกหนึ่งทางเลือกของการบริโภค
Sourdough
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Sourdough (ซาวโดว์) จากแบรนด์ OVEN.
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ