แชร์

Watercress (วอเตอร์เครส)

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025
Watercrase

Watercress (วอเตอร์เครส) หรือ สลัดน้ำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Nasturtium officinale) คือผักใบเขียวที่เติบโตในน้ำ และจัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ เช่นเดียวกับคะน้าและบรอกโคลี เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของผักชนิดนี้คือรสชาติที่เผ็ดร้อนเล็กน้อยคล้ายกับมัสตาร์ดหรือวาซาบิ ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นและความน่าสนใจให้กับเมนูอาหารต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

มรดกทางอาหารและยาจากอารยธรรมโบราณ

เรื่องราวของ Watercress มีมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ว่าชาวเปอร์เซียโบราณ กรีก และโรมัน รู้จักผักชนิดนี้เป็นอย่างดี และใช้ประโยชน์จาก Watercress ทั้งในฐานะอาหารและยารักษาโรค

ชาวโรมันโบราณ: เชื่อว่า Watercress เป็นอาหารบำรุงกำลังและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ จึงมักนำมาเป็นอาหารหลักของทหาร

ชาวเปอร์เซียโบราณ: กษัตริย์ Xerxes เคยบัญชาให้ทหารของพระองค์กิน Watercress เพื่อเสริมความแข็งแรงระหว่างการเดินทัพ

Hippocrates: บิดาแห่งการแพทย์ชาวกรีก ก็ใช้ Watercress ในการรักษาอาการป่วยต่างๆ เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน โดยเขาถึงกับปลูก Watercress ไว้ในโรงพยาบาลแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนเกาะโคส เพื่อใช้เป็นสมุนไพรหลักในการรักษาผู้ป่วย

จากฝรั่งเศสสู่นานาประเทศ: การเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์

เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการ Watercress มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาระบบเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ โดย ฝรั่งเศส ถือเป็นประเทศบุกเบิกในการปลูก Watercress เชิงพาณิชย์ในช่วงศตวรรษที่ 17 พวกเขาพัฒนาระบบการปลูกในแปลงน้ำไหลที่เลียนแบบสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีเยี่ยม

จากนั้นการเพาะปลูก Watercress ก็แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะใน อังกฤษ ที่ Watercress กลายเป็นส่วนสำคัญของอาหารเช้าแบบอังกฤษ และเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นแรงงานเนื่องจากมีราคาถูกแต่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์

Watercress ในประเทศไทย: ผักน้ำเบตงอันเลื่องชื่อ

Watercress เริ่มแพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 5060 ปีก่อน โดยนำเข้ามาปลูกในพื้นที่สูงที่มีอากาศเย็นและน้ำใสบริสุทธิ์ เช่น อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จนเกิดเป็นชื่อท้องถิ่นที่ว่า ผักน้ำเบตง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของอำเภอเบตงในปัจจุบัน และยังมีการปลูกในภาคเหนือและภาคใต้อีกหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม Watercress ในไทยมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น ผักเป็ด แต่ทั้งสองชนิดเป็นพืชคนละชนิดกัน โดย Watercress อยู่ในวงศ์กะหล่ำ ส่วนผักเป็ดอยู่ในวงศ์ผักโขม Watercress ของไทยจะมีลักษณะลำต้นกลวง ใบประกอบ แต่ละใบมีใบย่อย 3-8 ใบ มีความยาวกว่าผักเป็ด และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายมัสตาร์ด

ผักชนิดนี้ต้องการความชื้นสูงและน้ำที่สะอาด จึงนิยมปลูกด้วยระบบ Hydroponics หรือในแปลงน้ำตื้นที่มีน้ำไหลช้า Watercress เป็นพืชที่เจริญเติบโตเร็วและสามารถตัดใบได้ตลอดทั้งปี

ราชินีผัก เพื่อสุขภาพ: คุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่น

Watercress ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีผัก สำหรับคนรักสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมาย เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามินเอ ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระ และกากใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยยืนยันว่า Watercress มีคุณสมบัติต้านมะเร็งและช่วยบำรุงหัวใจและกระดูกได้อีกด้วย

ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับความสดชื่น Watercress จึงสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งใน สลัด ผัดไฟแดง หรือต้มใน ซุปกระดูกหมู เพื่อช่วยลดความเลี่ยนและเพิ่มรสชาติ รวมถึงเป็นเครื่องเคียงสำหรับเมนูเนื้อสัตว์ต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผักชนิดนี้เป็นมากกว่าแค่อาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การกินเพื่อสุขภาพที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน


บทความที่เกี่ยวข้อง
Spam (สแปม)
ทำความรู้จัก Spam (สแปม) แฮมกระป๋องที่คนอเมริกันร้องยี้ แต่คนเกาหลีชื่นชอบ
Hoisin Sauce (ฮอยซินซอส)
ชวนรู้จัก Hoisin Sauce (ฮอยซินซอส) ต้นตำรับเครื่องปรุงรสสไตล์จีน สู่การเป็นเครื่องปรุงรสในอาหารสไตล์ฟิวชั่น
St. Basils Cake (เซนต์เบซิล)
ทำความรู้จัก St. Basils Cake (เซนต์เบซิล) หรือ Vasilopita (วาซิโลปิตา) เค้กฉลองปีใหม่ของชาวกรีซ และประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้