แชร์

Tenuta Sant'Ilario (เตนูต้า ซานติ ลารีโอ้)

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
Tenuta Sant’Ilario คือแบรนด์น้ำมันมะกอกคุณภาพสูงจากประเทศอิตาลี ที่มีจุดเริ่มต้นจากไร่เกษตรกรรมแบบครัวเรือน ก่อนจะเติบโต และพัฒนาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันมะกอก Extra Virgin (EVOO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

 

แนวคิด Living Agriculture และเอกลักษณ์จากแคว้น Abruzzo

จุดเด่นของ Tenuta Sant’Ilario อยู่ที่การผสานวัฒนธรรมการผลิตแบบดั้งเดิมของแคว้น Abruzzo เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ภายใต้แนวคิด “Living Agriculture” (เกษตรกรรมมีชีวิต) ควบคู่ไปกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

ประวัติศาสตร์การปลูกมะกอกในแคว้น Abruzzo

แคว้น Abruzzo เป็นภูมิภาคที่มีประวัติศาสตร์ด้านการเพาะปลูกมะกอกมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักฐานว่าชาวโรมันนำความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกมะกอก และการผลิตน้ำมันมะกอกเข้ามาเผยแพร่ตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 5 ส่งผลให้ภูมิภาคแห่งนี้มีต้นมะกอกอายุหลายร้อยปีกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

 

ที่ตั้งไร่ในเมือง Pineto จังหวัด Teramo

Tenuta Sant’Ilario เป็นไร่เกษตรกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง Pineto จังหวัด Teramo แคว้น Abruzzo บริเวณตอนกลางของประเทศอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา Apennines และทะเล Adriatic ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1982 และยังคงดำเนินกิจการภายใต้รูปแบบธุรกิจครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน

 

ผู้ก่อตั้งและการสืบทอดธุรกิจครอบครัว

Tenuta Sant’Ilari ก่อตั้งขึ้นโดย Elio Cerquitelli และต่อมาธุรกิจได้ถูกส่งต่อไปยังลูกชายของเขา Roberto และภรรยา Laila Colancecco ทั้งคู่ร่วมกันพัฒนาน้ำมันมะกอกจากธุรกิจขนาดเล็ก จนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ และมีชื่อเสียงในระดับสากล

 

ยึดมั่นคุณภาพท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

Tenuta Sant’Ilari ก่อตั้งขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมน้ำมันมะกอกของอิตาลีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ขณะที่ผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มปรับตัวสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และการแข่งขันในตลาด แต่ Tenuta Sant'Ilario เลือกยึดมั่นในแนวทางการผลิตแบบดั้งเดิม โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ

 

เทคโนโลยี Cold Extraction และคุณภาพระดับสูง

Tenuta Sant'Ilario ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีการสกัดน้ำมันมะกอก โดยใช้ระบบ Cold Extraction หรือการสกัดเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่น และคุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันมะกอกให้ครบถ้วนมากที่สุด

 

นวัตกรรม Ultrasound Technology ในกระบวนการสกัด

นอกจากนี้แบรนด์ยังนำนวัตกรรม Ultrasound Technology มาใช้ในกระบวนการสกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงสารต้านอนุมูลอิสระ และคลอโรฟิลล์ออกมาอย่างเต็มที่ โดยไม่ทำลายคุณค่าทางสารอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำมันมะกอกที่มีค่าความเป็นกรดต่ำมาก บ่งบอกถึงคุณภาพระดับสูง มีสีเขียวมรกตที่สดใส และโครงสร้างรสชาติที่เข้มข้นชัดเจน

 

Terroir และแนวคิด Linea Suolo (Soil Line)

Tenuta Sant'Ilario มีความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง หรือ Terroir สวนมะกอกของแบรนด์ครอบคลุมพื้นที่ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์หลากหลาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรสชาติ กลิ่น และคุณลักษณะทางกายภาพของน้ำมันมะกอก พื้นที่เพาะปลูกดังกล่าวสามารถจำแนกได้เป็น 3 ลักษณะสำคัญ ซึ่งแบรนด์เรียกรวมว่า “Linea Suolo” (Soil Line) เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของดิน และภูมิประเทศที่แตกต่างกันในแต่ละโซน
  • Sabbia (ผืนทราย) : มะกอกที่ปลูกในพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล ซึ่งมีสภาพดินปนทราย ลักษณะของดินดังกล่าวส่งผลให้น้ำมันมะกอกที่มีรสชาติเผ็ด และขมเล็กน้อย พร้อมกลิ่นอายความสดชื่นที่ชวนให้นึกถึงทะเล
  • Terra (พื้นดิน) : มะกอกที่ปลูกบริเวณเนินเขาตอนกลาง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทะเล และภูเขา น้ำมันมะกอกจากพื้นที่นี้ให้รสชาติที่สมดุล กลมกล่อม และมีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ
  • Argilla (ดินเหนียว) : มะกอกที่ปลูกในเขต Atri ซึ่งมีสภาพดินเป็นดินเหนียว มีลักษณะภูมิประเทศแบบ Calanchi หรือร่องหินที่เกิดจากการกัดเซาะ น้ำมันมะกอกจากพื้นที่นี้มีกลิ่นผลไม้ที่เข้มข้น พร้อมความซับซ้อนของรสชาติในระดับสูง

สายพันธุ์มะกอกที่ใช้ในการผลิต

Tenuta Sant’Ilario ใช้พันธุ์มะกอกที่หลากหลาย ทั้งพันธุ์ที่แพร่หลายในอิตาลี และพันธุ์พื้นเมืองของแคว้น Abruzzo ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่ส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น รสชาติ และโครงสร้างของน้ำมันมะกอก ดังนี้

  • Leccino del Corno / Leccino : เป็นพันธุ์ที่แพร่หลายในอิตาลี ให้น้ำมันที่มีรสชาติอ่อนนุ่ม หอมหวาน มีกลิ่นของอัลมอนด์
  • Frantoio / Frantoiana : พันธุ์ที่นิยมในแคว้น Tuscany ให้น้ำมันที่มีรสขม และเผ็ดปานกลาง มีกลิ่นหอมของพืชสมุนไพร
  • Dritta : พันธุ์พื้นเมืองของแคว้น Abruzzo โดยเฉพาะในบริเวณเทือกเขา Maiella และจังหวัด Chieti ทนทานต่อโรค และอากาศหนาว ให้น้ำมันที่มีรสผลไม้ปานกลางถึงเข้มข้น มีกลิ่นของหญ้าสด และอัลมอนด์ มีรสขม และเผ็ดชัดเจน เหมาะกับอาหารที่มีรสจัดเช่นเนื้อสัตว์ ผัก และชีสเข้มข้น
  • Tortiglione : พันธุ์มะกอกโบราณที่แพร่หลายในพื้นที่ Teramo และ Pescara ชื่อ “Tortiglione” มาจากลำต้นที่บิดเป็นเกลียวตามเข็มนาฬิกา มะกอกพันธุ์นี้ไม่เหมาะกับการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร เพราะง่ายต่อการช้ำ และฉีกขาด จึงต้องเก็บด้วยมือเสมอ มะกอกสุกช้า ให้น้ำมันที่อุดมไปด้วย Polyphenols (สารต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งบ่งบอกถึงคุณภาพสูง มีรสชาติเผ็ด
  • Intosso : พันธุ์พื้นเมืองของแคว้น Abruzzo ที่เคยถูกใช้เป็นมะกอกบริโภคสดเป็นหลัก แต่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เริ่มมีการนำมาผลิตเป็นน้ำมันมะกอก

แนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์

หากคุณภาพของน้ำมันมะกอกเปรียบเสมือน “หัวใจ” การออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็คือ “จิตวิญญาณ” ของ Tenuta Sant'Ilario แบรนด์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยมุ่งยกระดับภาพลักษณ์ของน้ำมันมะกอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป สู่การเป็นของขวัญที่ทรงคุณค่า และผลงานศิลปะชั้นสูงที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความประณีต และรสนิยมที่มีระดับ

ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ Tenuta Sant'Ilario

Tenuta Sant'Ilario มีสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบ และพัฒนาอย่างประณีต เพื่อสะท้อนคุณภาพ รสนิยม และอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

น้ำมันมะกอกแบบสายพันธุ์เดียว

น้ำมันมะกอกแบบสายพันธุ์เดียว เช่น 100% Tortiglione โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดที่ชัดเจน, 100% Intosso ให้รสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมะกอกพันธุ์พื้นเมือง และ Leccio del Corno ให้รสชาติอ่อนนุ่ม กลมกล่อม พร้อมกลิ่นหอมละมุน เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

น้ำมันมะกอกพิเศษ

นอกเหนือจากน้ำมันมะกอกแบบสายพันธุ์เดียว Tenuta Sant’Ilario ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์พิเศษที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญด้านการผลิต ดังนี้

  • Barricato (Barrel Aged) : น้ำมันมะกอกที่ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊ก ทำให้เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสชาติที่ลุ่มลึก มีความเข้มข้น และความหวานละมุนในแบบชนบท เหมาะสำหรับจับคู่กับเนื้อรมควัน หรือแม้กระทั่งช็อกโกแลต เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
  • Puro (Unfiltered) : น้ำมันมะกอกที่ไม่ผ่านการกรอง คงไว้ซึ่งเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติ ให้รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นผลไม้สด และกลิ่นหญ้าสด สูตรผสมประกอบด้วย Leccino 40%, Frantoiana 30%, Tortiglione 20% และ Dritta 10% เหมาะสำหรับปลาดิบ สลัด และผักสด
  • Denocciolata : น้ำมันมะกอกที่ผลิตจากมะกอกซึ่งนำเมล็ดออกก่อนการสกัด ส่งผลให้ได้รสชาติที่นุ่มนวล ละเมียดละไม และมีความสะอาดของรสชาติ
  • Dazero Novello : น้ำมันมะกอกใหม่ประจำฤดูกาล (Novello) ที่ไม่ผ่านการกรอง มีสีเขียวสดใส รสชาติจัดจ้าน และสดใหม่ เป็นการผสมผสานน้ำมันจาก Terroir ที่หลากหลาย สะท้อนความมีชีวิตชีวาของผลผลิตในแต่ละปี
  • Smoked Extra Virgin Olive Oil : น้ำมันมะกอก Extra Virgin รมควันด้วยวิธีธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นของแบรนด์ ให้กลิ่นควันละมุน เพิ่มความลุ่มลึกให้กับเมนูอาหารได้อย่างมีเอกลักษณ์

น้ำมันมะกอกออร์แกนิก

Tenuta Sant’Ilario ให้ความสำคัญกับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน จึงพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อสะท้อนความใส่ใจทั้งต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้แก่
  • EVO BIO : น้ำมันมะกอก Extra Virgin ออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ มุ่งเน้นความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ
  • Linea New Fruttati BIO : น้ำมันมะกอกออร์แกนิกที่โดดเด่นด้วยลักษณะรสผลไม้ชัดเจน ให้กลิ่นหอมสดชื่น และรสชาติที่มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสดใหม่ของน้ำมันมะกอกในรูปแบบออร์แกนิก

น้ำมันมะกอกปรุงรส

Tenuta Sant'Ilario ได้พัฒนาสายผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอก Extra Virgin ปรุงรสที่หลากหลาย โดยผสานน้ำมันมะกอกคุณภาพสูงเข้ากับสมุนไพรและเครื่องเทศนานาชนิด เพื่อสร้างมิติรสชาติใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การปรุงอาหารร่วมสมัย อาทิ กระเทียม, พริกไทย, พริกชี้ฟ้า, โรสแมรี่, กาแฟ (นวัตกรรมรสชาติที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น และจีน) , ตะไคร้ รวมถึงสมุนไพรท้องถิ่นอื่น ๆ ของภูมิภาค

 

รางวัลระดับนานาชาติ

ด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต Tenuta Sant'Ilario ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และคว้ารางวัลจากเวทีสำคัญของโลกอย่างต่อเนื่อง อาทิ
  • NYIOOC World Olive Oil Competition (New York) : ได้รับรางวัลเหรียญทองสำหรับน้ำมันมะกอกคุณภาพเยี่ยม จากหนึ่งในการประกวดที่ทรงเกียรติที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันมะกอกโลก
  • JOOP (Japan Olive Oil Prize) : คว้ารางวัลชนะเลิศในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกปรุงรส สะท้อนถึงความโดดเด่นด้านนวัตกรรม และรสชาต
  • Gambero Rosso : ได้รับคะแนนในระดับสูงสุดจากไกด์อาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิตาลี ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและความยั่งยืน

Tenuta Sant'Ilario ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการผลิตน้ำมันมะกอกเท่านั้น แต่ยังขยายธุรกิจสู่ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยจัดให้มีที่พักระดับพรีเมียมในแคว้น Tuscany และ Abruzzo เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวสวนมะกอกอย่างใกล้ชิด

ในด้านสิ่งแวดล้อม แบรนด์ให้ความสำคัญกับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน มุ่งลดการใช้พลาสติก และนำระบบบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งต่อผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป

 

การส่งออกและมาตรฐาน 100% Made in Italy

ปัจจุบัน Tenuta Sant'Ilario ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐาน “100% Made in Italy” อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณภาพ และอัตลักษณ์ของแบรนด์ในทุกขวด
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Hamlet (แฮมเลต)
ทำความรู้จัก “Hamlet” (แฮมเลต) แบรนด์ช็อกโกแลตเบลเยียมอันเป็นของขวัญสุดพิเศษ
หอมปลาอินทรี
ทำความรู้จัก “หอมปลาอินทรี” แบรนด์ปลาเค็มรุ่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์
Häagen-Dazs (ฮาเก้นดาส)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Häagen-Dazs (ฮาเก้นดาส) : เส้นทางจากความฝันของผู้อพยพ สู่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ไอศกรีมระดับพรีเมียม
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ