แชร์

Erdinger Weißbräu (แอร์ดิงเงอร์ไวส์เบรา)

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026

Weizen Beer คืออะไร และกรรมวิธี Top-Fermenting ของบาวาเรีย


หากพูดถึงเบียร์ข้าวสาลีฉบับดั้งเดิมของแคว้น Bavaria ประเทศเยอรมนี ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธี “top-fermenting” (การหมักให้ยีสต์ลอยขึ้นมาที่ส่วนบนของถังบ่ม และใช้อุณหภูมิระหว่าง 15-24 องศาเซลเซียส) และมีชื่อเรียกว่า “Weizen Beer” โรงเบียร์ที่มีชื่อว่า “The Privatbrauerei Erdinger Weißbräu Werner Brombach GmbH” หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Erdinger Weißbräu” (แอร์ดิงเงอร์ไวส์เบรา) จะถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับแรก นอกจากความเก่าแก่แล้ว ในปัจจุบันยังเป็นโรงผลิตเบียร์ข้าวสาลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

จุดเริ่มต้นปี 1886 และชื่อเดิม Weisse Bräuhaus ในเมือง Erding

โรงเบียร์แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นในปีค.ศ. 1886 โดย Johann Kienle ได้ก่อตั้งแต่โรงผลิต Weizen Beer เล็กๆ ที่มีชื่ออันเรียบง่ายอย่าง “Weisse Bräuhaus” (โรงเบียร์สีขาว) ขึ้นในเมือง Erding ในแคว้น Bavaria ประเทศเยอรมนี ภายในระยะเวลาไม่ถึง 50 ปี โรงเบียร์แห่งนี้ถูกเปลี่ยนเจ้าของมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตระกูล Stadlmaier จากเมืองใหญ่อย่าง Munich หรือโรงงานมอลต์ FW Otto จนกระทั่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดอย่าง Franz Bombach ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการผู้จัดการของโรงเบียร์ สามารถซื้อกิจการได้สำเร็จในปีค.ศ. 1935 ซึ่งในขณะนั้น Weisse Bräuhaus สามารถผลิตได้ราวปีละ 3,500 เฮกโตลิตรต่อปี และมีการจำหน่ายเฉพาะในพื้นที่ Erdinger เท่านั้น

 

ผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง และการเปลี่ยนชื่อเป็น Erdinger Weißbräu

ช่วงเวลาที่ Franz เริ่มครอบครองกิจการนั้นคาบเกี่ยวกับยุคสงครามโลกครั้งที่สอง (ปีค.ศ. 1939 - 1945) แน่นอนว่าธุรกิจต่าง ๆ ย่อมเผชิญผลกระทบจากภาวะสงคราม แต่ด้วยความสามารถด้านการเป็นผู้ประกอบการ เขาก็สามารถนำพาโรงเบียร์แห่งนี้ให้ผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ หลังสงครามจบลงในปีค.ศ. 1949 Franz ได้ตัดสินใจทำให้โรงเบียร์แห่งนี้กลายเป็นบริษัท เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อโรงเบียร์ใหม่เป็น Erdinger Weißbräu อย่างในปัจจุบัน

 

ลงทุนเทคโนโลยีการผลิต และเติบโตสู่ 40,000 เฮกโตลิตรต่อปี

Franz เริ่มลงทุนกับอุปกรณ์ในการผลิตที่ทันสมัย และยังมีการก่อสร้างโรงต้มขนาดใหญ่เพิ่ม ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้ ทำให้ยอดการผลิตเบียร์ต่อปีของ Erdinger Weißbräu พุ่งทะยานไปถึง 40,000 เฮกโตลิตรต่อปี ภายในระยะเวลาประมาณ 18 ปี ก่อนที่ลูกชายของเขาอย่าง Werner Brombach จะเข้าร่วมการบริหารจัดการ ในปีค.ศ. 1965

 

Werner Brombach กับเป้าหมาย “เบียร์ข้าวสาลีประจำชาติ” และการขยายตลาด

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงช่วงเวลาเริ่มต้นการบริหารของ Werner การผลิต Weizen Beer ในประเทศเยอรมันจเป็นสินค้าท้องถิ่นของ Bavaria และมีลักษณะการผลิตในรูปแบบโรงเบียร์ขนาดเล็กกระจัดกระจายทั่วแคว้น Werner ซึ่งจบการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจมาโดยตรง ได้มีเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์เบียร์ข้าวสาลีประจำชาติ เขาจึงเริ่มส่งออกเบียร์ไปนอกแคว้น ก่อนจะขยับขยายไปทั่วประเทศ รวมถึงในตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างออสเตรีย

 

กลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ และการพา Weizen Beer สู่ระดับอุตสาหกรรม

ในปีค.ศ. 1971 Werner ยังเริ่มใช้กลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ อย่างการสร้างแคมเปญโฆษณาขึ้น โดยผสานความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเบียร์จาก Bavaria และมาตรฐานระดับพรีเมียม ซึ่งทำให้ Erdinger Weißbräu กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกการทำให้ Weizen Beer กลายเป็นอุตสาหกรรมขึ้นมา หลังจาก Werner กลายเป็นเจ้าของกิจการอย่างเต็มตัว เบียร์ข้าวสาลีเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในประเทศอื่น ๆ ของยุโรป ตั้งแต่ยุค 80 เป็นต้นมา เขาจึงใช้โอกาสนี้ในการเริ่มการส่งออกเบียร์นอกประเทศ จากยุโรปไปสู่ประเทศใหญ่ ๆ ทั่วโลก อย่างจีนและรัสเซีย ภายในระยะเวลา 10 ปี ในที่สุด Erdinger Weißbräu ก็กลายเป็นโรงเบียร์ข้าวสาลีแห่งแรกของโลกที่สามารถผลิตได้ทะลุ 1 ล้านเฮกโตลิตรต่อปี

 

แบรนด์ย่อยของ Erdinger และสไตล์เบียร์ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน เบียร์ของ Erdinger มีการวางจำหน่ายภายใต้สามแบรนด์ย่อย เริ่มต้นด้วย Erdinger Weißbräu ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง และไม่ได้มีเพียง Weizen Beer เท่านั้น แต่ยังมีเบียร์ที่มีส่วนผสมของข้าวสาลีอีกหลายประเภท เช่น Dunkel, Oktoberfest และ Pikantus นอกจากนี้ยังมี “Erdinger Brauhaus Bayern” ที่ผลิตเบียร์ประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจาก Weizen Beer โดยเฉพาะ “Helles” ซึ่งเป็นเบียร์ Lager แบบดั้งเดิมของ Bavaria ซึ่งต่างจาก Weizen ตรงที่มีส่วนผสมหลักเป็นข้าวบาร์เลย์ และใช้การหมักแบบ bottom-fermenting ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า และยังมีส่วนผสมของฮอปที่มากกว่าอีกด้วย

 

Erdinger Alkoholfrei เบียร์ไร้แอลกอฮอล์สำหรับสายสุขภาพ

อีกหนึ่งแบรนด์ยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จของ Erdinger คือ “Erdinger Alkoholfrei” ที่เปิดตัวในปีค.ศ. 2001 และกลายมาเป็นผู้บุกเบิกตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ที่นอกจากจะให้ความสดชื่นแล้ว Erdinger ยังมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่นักกีฬาและคนที่รักสุขภาพ โดยการใส่ใจเรื่องสารอาหารที่มีในเบียร์ชนิดนี้ โดยเฉพาะวิตามิน B6 และ B12 ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและลดความเหนื่อยล้า ด้วยความเข้มข้นจากสูตรเฉพาะของ Erdinger ยังทำให้สารอาหารเหล่านี้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการดื่มระหว่างการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก และยังมีปริมาณแคลอรีที่ต่ำกว่าเบียร์ปกติถึง 40%

 

ธุรกิจครอบครัว รากเหง้าบาวาเรีย และการยึดมั่นคุณภาพ

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่ Erdinger Weißbräu ก็ยังคงรักษาความเป็นธุรกิจครอบครัว ไม่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทใหญ่ใดๆ ผลิตเบียร์โดยนำเสนอรากเหง้าของ Bavaria และไม่มีการปรับปรุงสูตรให้ด้อยลงเพื่อการผลิตจำนวนมาก สะท้อนถึงความใส่ใจในเอกลักษณ์และคุณภาพมากกว่าต้นทุนและกำไร สิ่งนี้ทำให้รักษาฐานลูกค้าที่รักในเบียร์ของ Erdinger Weißbräu ไว้ได้อย่างมั่นคง

บทความที่เกี่ยวข้อง
Kasteel (คาสเทล)
ทำความรู้จัก “Kasteel” แบรนด์เบียร์จากประเทศเบลเยียมที่มีจุดเริ่มต้นจากตระกูลเก่าแก่ไปสู่แบรนด์เบียร์ Specialty
Paix Dieu Tripel (แป ดีเยอ ทริปเปิ้ล)
ทำความรู้จัก “Paix Dieu Tripel” (แป ดีเยอ ทริปเปิ้ล) เบียร์ประเภท Belgian Tripel ที่ต้มเฉพาะในคืนพระจันทร์เต็มดวงเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น
Southern Comfort (เซาเทิร์น คอมฟอร์ท)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Southern Comfort (เซาเทิร์น คอมฟอร์ท) วิสกี้รสนุ่มนวลเคล้ากลิ่นผลไม้จากนิวออร์ลีนส์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ