San Miguel (ซาน มิเกล)
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026

San Miguel (ซาน มิเกล) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1890 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แม้ชื่อแบรนด์จะเป็นภาษาสเปนตามอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ในยุคอาณานิคม แต่รากฐานที่แท้จริงของ San Miguel เริ่มต้นขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนจะขยายการผลิต และการดำเนินธุรกิจไปยังประเทศสเปนในเวลาต่อมา
โรงเบียร์ “La Fábrica de Cerveza San Miguel” เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ วันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่ที่ถนน Calzada de Malacañan ในย่าน San Miguel กรุงมะนิลา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “San Miguel”
ไม่นานหลังจากก่อตั้ง Pedro Pablo Roxas นักธุรกิจ และเศรษฐีชาวฟิลิปปินส์ก็ได้เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน และได้นำ Ludwig Kiene ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเบียร์ชาวเยอรมันเข้ามารับผิดชอบด้านกระบวนการผลิต
การมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเบียร์อย่างเยอรมนีเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับมาตรฐาน และคุณภาพการผลิตเบียร์ของโรงเบียร์แห่งนี้ โรงเบียร์เลือกใช้วัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์ มอลต์ และฮอปส์ พร้อมทั้งผสานองค์ความรู้ และเทคนิคการผลิตเบียร์แบบสเปน และเยอรมันเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้จะเป็นเบียร์ท้องถิ่น แต่โรงเบียร์แห่งนี้ก็สามารถพิสูจน์คุณภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รับรางวัลแรกจากงาน Exposición Regional de Filipinas ในปี ค.ศ. 1895 และภายในปี ค.ศ. 1896 ยอดขายของเบียร์นี้ก็สามารถแซงหน้าเบียร์นำเข้าทุกยี่ห้อ โดยมียอดขายมากกว่าถึง 5 เท่า
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ภายใต้การนำของ Pedro Pablo Roxas โรงเบียร์แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยติดตั้งสายพานลำเลียงไฟฟ้า และเครื่องจักรอัตโนมัติ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1910 อุปกรณ์ทั้งหมดในโรงเบียร์ก็ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างสมบูรณ์
การปรับโครงสร้างครั้งสำคัญนี้ได้มีการแต่งตั้ง Antonio Roxas de Ayala ลูกชายของ Pedro Pablo Roxas ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารงานในรูปแบบองค์กรสมัยใหม่
ต่อมาในปี ค.ศ. 1953 บริษัทได้ลงนามใน “Manila Agreement” กับบริษัทสเปน La Segarra S.A. ซึ่งเปิดทางให้มีการผลิต และจัดจำหน่าย San Miguel ในประเทศสเปน
หลังจากลงนามข้อตกลง โรงเบียร์ที่เมือง Lérida ประเทศสเปน ก็เริ่มผลิตเบียร์ San Miguel เป็นครั้งแรกในทวีปยุโรป และในเวลาต่อมาก็ได้แยกตัวเป็นอิสระจากบริษัทแม่ในฟิลิปปินส์
ในปี ค.ศ. 2007 ธุรกิจเบียร์ของบริษัทได้ถูกแยกออกมาเป็นนิติบุคคลเฉพาะ ภายใต้ชื่อ San Miguel Brewery, Inc. (SMBI)
• San Miguel Pale Pilsen
• Red Horse Beer
• San Mig Light
• Cerveza Negra
• San Mig Zero
ด้วยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางนี้ San Miguel Pale Pilsen จึงได้รับการยอมรับในเชิงวัฒนธรรมในฐานะ “เบียร์ประจำชาติ” ของฟิลิปปินส์
จุดกำเนิด La Fábrica de Cerveza de San Miguel (1890)
San Miguel มีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1890 ภายใต้ชื่อเดิมว่า La Fábrica de Cerveza de San Miguel ก่อตั้งขึ้นในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในขณะนั้นยังอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน ผู้ก่อตั้งคือ Don Enrique María Barretto de Ycaza นักธุรกิจชาวสเปนเชื้อสายฟิลิปปินส์ที่ได้ยื่นขอพระราชบัญญัติจากราชสำนักสเปน เพื่อก่อตั้งโรงเบียร์แห่งแรกในฟิลิปปินส์โรงเบียร์ “La Fábrica de Cerveza San Miguel” เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ วันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่ที่ถนน Calzada de Malacañan ในย่าน San Miguel กรุงมะนิลา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “San Miguel”
โรงเบียร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
La Fábrica de Cerveza San Miguel เป็นโรงเบียร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำวัฒนธรรม และเทคนิคการผลิตเบียร์แบบยุโรปเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นระบบ ซึ่งเริ่มดำเนินงานด้วยการนำเข้าเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นจากยุโรปไม่นานหลังจากก่อตั้ง Pedro Pablo Roxas นักธุรกิจ และเศรษฐีชาวฟิลิปปินส์ก็ได้เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน และได้นำ Ludwig Kiene ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเบียร์ชาวเยอรมันเข้ามารับผิดชอบด้านกระบวนการผลิต
การมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเบียร์อย่างเยอรมนีเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับมาตรฐาน และคุณภาพการผลิตเบียร์ของโรงเบียร์แห่งนี้ โรงเบียร์เลือกใช้วัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์ มอลต์ และฮอปส์ พร้อมทั้งผสานองค์ความรู้ และเทคนิคการผลิตเบียร์แบบสเปน และเยอรมันเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
San Miguel Pale Pilsen และความนิยมในยุคแรก
ในช่วงแรกโรงเบียร์แห่งนี้มุ่งเน้นผลิตเบียร์ในสไตล์ยุโรป โดยเฉพาะเบียร์ประเภท Lager ซึ่งรุ่นแรกคือ San Miguel Pale Pilsen เบียร์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในกรุงมะนิลา และต่อมาก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่ประชาชนท้องถิ่น จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลาย และมีบทบาทสำคัญในสังคมฟิลิปปินส์แม้จะเป็นเบียร์ท้องถิ่น แต่โรงเบียร์แห่งนี้ก็สามารถพิสูจน์คุณภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รับรางวัลแรกจากงาน Exposición Regional de Filipinas ในปี ค.ศ. 1895 และภายในปี ค.ศ. 1896 ยอดขายของเบียร์นี้ก็สามารถแซงหน้าเบียร์นำเข้าทุกยี่ห้อ โดยมียอดขายมากกว่าถึง 5 เท่า
การปรับตัวภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา
หลังสงครามสเปน และสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1898 ฟิลิปปินส์ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญนี้ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของโรงเบียร์แห่งนี้ด้วยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ภายใต้การนำของ Pedro Pablo Roxas โรงเบียร์แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยติดตั้งสายพานลำเลียงไฟฟ้า และเครื่องจักรอัตโนมัติ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1910 อุปกรณ์ทั้งหมดในโรงเบียร์ก็ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างสมบูรณ์
การก่อตั้ง San Miguel Brewery, Inc.
ภายหลังการเสียชีวิตของ Pedro Pablo Roxas ในปี ค.ศ. 1913 กลุ่มนักธุรกิจ นำโดย Benito Legarda และ Gonzalo Tuasón ได้ผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างองค์กร จากรูปแบบห้างหุ้นส่วนไปสู่การจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้ชื่อ “San Miguel Brewery, Inc.”การปรับโครงสร้างครั้งสำคัญนี้ได้มีการแต่งตั้ง Antonio Roxas de Ayala ลูกชายของ Pedro Pablo Roxas ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารงานในรูปแบบองค์กรสมัยใหม่
การส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ในปี ค.ศ. 1914 บริษัทเริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยมีตลาดเริ่มต้น ได้แก่ ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ทำให้ San Miguel กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเอเชียยุคแรก ๆ ที่สามารถส่งออกเบียร์สู่ตลาดต่างประเทศได้ความท้าทายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ รวมถึงกิจการของ San Miguel ด้วย โรงเบียร์ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ และการทิ้งระเบิดในระหว่างที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองประเทศ ส่งผลให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว อย่างไรก็ตามภายหลังสงครามสิ้นสุดลง San Miguel ก็สามารถฟื้นฟูกิจการได้อย่างรวดเร็วการขยายสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรป
ในปี ค.ศ. 1937 San Miguel ได้ขยายการลงทุนไปยังสหรัฐอเมริกา โดยเข้าลงทุนในโรงเบียร์ที่เมือง Kansas City รัฐมิสซูรีต่อมาในปี ค.ศ. 1953 บริษัทได้ลงนามใน “Manila Agreement” กับบริษัทสเปน La Segarra S.A. ซึ่งเปิดทางให้มีการผลิต และจัดจำหน่าย San Miguel ในประเทศสเปน
หลังจากลงนามข้อตกลง โรงเบียร์ที่เมือง Lérida ประเทศสเปน ก็เริ่มผลิตเบียร์ San Miguel เป็นครั้งแรกในทวีปยุโรป และในเวลาต่อมาก็ได้แยกตัวเป็นอิสระจากบริษัทแม่ในฟิลิปปินส์
การเปลี่ยนชื่อเป็น San Miguel Corporation
ในปี ค.ศ. 1963 San Miguel Brewery, Inc. ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “San Miguel Corporation (SMC)” เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตเบียร์ ไปสู่การดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ บรรจุภัณฑ์ และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆในปี ค.ศ. 2007 ธุรกิจเบียร์ของบริษัทได้ถูกแยกออกมาเป็นนิติบุคคลเฉพาะ ภายใต้ชื่อ San Miguel Brewery, Inc. (SMBI)
ผลิตภัณฑ์หลักของ San Miguel Brewery
ตลอดระยะเวลากว่า 135 ปีที่ผ่านมา San Miguel Brewery ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เบียร์อย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์หลักในปัจจุบัน ได้แก่• San Miguel Pale Pilsen
• Red Horse Beer
• San Mig Light
• Cerveza Negra
• San Mig Zero
รางวัลระดับนานาชาติและสถานะเบียร์ประจำชาติ
San Miguel Pale Pilsen ได้รับรางวัลเหรียญทองจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และสั่งสมรางวัลรวมแล้วมากกว่า 400 รางวัลด้วยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางนี้ San Miguel Pale Pilsen จึงได้รับการยอมรับในเชิงวัฒนธรรมในฐานะ “เบียร์ประจำชาติ” ของฟิลิปปินส์
เครือข่ายการผลิตและสถานะในตลาดโลก
ปัจจุบัน San Miguel Brewery, Inc. มีโรงเบียร์จำนวน 6 แห่งทั่วประเทศฟิลิปปินส์ และมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมมากกว่า 471,000 แห่งทั่วประเทศ และด้วยส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศที่สูงกว่าร้อยละ 90 San Miguel จึงครองสถานะเป็นโรงเบียร์อันดับ 10 ของเอเชีย และอันดับ 16 ของโลก Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Southern Comfort (เซาเทิร์น คอมฟอร์ท) วิสกี้รสนุ่มนวลเคล้ากลิ่นผลไม้จากนิวออร์ลีนส์
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "Vaseline" (วาสลีน) : แบรนด์ดูแลผิวในตำนาน 154 ปี ที่เกิดจากบ่อน้ำมัน! petroleum jelly


