แชร์

La Drogheria 1880 (ลา โดรเกเรีย)

อัพเดทล่าสุด: 9 มี.ค. 2026

จุดกำเนิดของแบรนด์เครื่องเทศ La Drogheria 1880 จากเมือง Florence

La Drogheria 1880 เป็นแบรนด์เครื่องเทศชื่อดังจากประเทศอิตาลีที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 146 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นขายร้านขายสมุนไพร และเครื่องเทศขนาดเล็กก่อนจะค่อย ๆ เติบโต และพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องเทศชั้นนำในตลาดยุโรป

 

ร้านเครื่องเทศ Bottega delle Spezie จุดเริ่มต้นของแบรนด์

เรื่องราวของ La Drogheria 1880 เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1880 จากการเป็นร้านขายสมุนไพร และเครื่องเทศขนาดเล็กชื่อ Bottega delle Spezie ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Via degli Speziali ใจกลางเมือง Florence แคว้น Tuscany ประเทศอิตาลี

 

เมือง Florence ศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศในยุโรป

ในช่วงศตวรรษที่ 19 เมือง Florence มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะศูนย์กลางด้านศิลปะ การเงิน การธนาคาร และการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการค้าเครื่องเทศซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดยุโรป เนื่องจากเครื่องเทศในยุคนั้นไม่ได้ใช้เพียงเพื่อการปรุงอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในด้านการแพทย์ การถนอมอาหาร และพิธีกรรมทางศาสนา ว่ากันว่าในยุคนั้นเครื่องเทศบางชนิดมีมูลค่าไม่ต่างจากทองคำเลยทีเดียว

 

การนำเข้าเครื่องเทศคุณภาพจากทั่วโลก

Bottega delle Spezie เป็นร้านที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเข้าเครื่องเทศโดยตรงจากประเทศต้นทางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพริกไทยจากอินเดีย อบเชยจากศรีลังกา กานพลูจากหมู่เกาะโมลุกกะ และหญ้าฝรั่นจากประเทศสเปน เครื่องเทศเหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุโรป

 

ความท้าทายของการค้าเครื่องเทศในอดีต

ในยุคนั้นการนำเข้าเครื่องเทศโดยตรงถือเป็นการลงทุนที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญ ความรู้ด้านการค้า และเครือข่ายทางธุรกิจที่กว้างขวาง เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านการขนส่ง ระยะทางที่ยาวไกล หรือความผันผวนของตลาดสินค้าเครื่องเทศในยุโรป

 

การเติบโตของร้านเครื่องเทศในเมือง Florence

ด้วยความสามารถในการคัดสรร และนำเข้าเครื่องเทศคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตได้โดยตรง ร้าน Bottega delle Spezie จึงได้รับชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นร้านเครื่องเทศที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในเมือง Florence ในช่วงเวลานั้น

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทในปี ค.ศ. 1987

อย่างไรก็ตามเมื่อกิจการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษในปี ค.ศ. 1987 ก็ได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตระกูล Carapelli และ Barbagli ได้เข้าซื้อกิจการ และปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Drogheria & Alimentari ซึ่งมีความหมายโดยตรงว่า “ร้านขายของชำ และอาหาร”

 

ตระกูล Carapelli และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร

ตระกูล Carapelli เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะเจ้าของแบรนด์ Carapelli ซึ่งเป็นแบรนด์น้ำมันมะกอกที่มีชื่อเสียงของอิตาลี ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรมอาหาร ตระกูลนี้จึงมีทั้งองค์ความรู้ด้านการผลิต เครือข่ายทางธุรกิจ และความเข้าใจตลาดอาหารในระดับลึก ดังนั้นการเข้ามาบริหารกิจการครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทพัฒนา และขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องเทศ และเครื่องปรุงรสได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

การพัฒนาโรงงานผลิตในเมือง San Piero a Sieve

ภายใต้การบริหารของเจ้าของใหม่นี้ บริษัทได้ย้ายโรงงานผลิตไปยังเมือง San Piero a Sieve ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Florence โรงงานแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

 

การขยายผลิตภัณฑ์สู่เครื่องปรุงรสหลากหลายประเภท

นอกจากนี้บริษัทยังขยายขอบเขตการผลิตจากเครื่องเทศไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรแห้ง เกลือชนิดพิเศษ และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่มีความซับซ้อนทั้งในด้านกลิ่น และรสชาติ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการปรุงอาหารในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วไป และการใช้งานในระดับมืออาชีพของเชฟ และร้านอาหารทั่วโลก

 

เอกลักษณ์ของแบรนด์: ขวดแก้วพร้อมหัวบด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ La Drogheria 1880 โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดเครื่องเทศ คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ “ขวดแก้วพร้อมหัวบด” ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ นวัตกรรมดังกล่าวตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติ และกลิ่นหอมที่สดใหม่เสมือนเพิ่งเก็บเกี่ยว เนื่องจากเครื่องเทศที่ผ่านการบดใหม่จะยังคงมี น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้กลิ่นหอม และรสชาติมีความชัดเจนมากกว่าเครื่องเทศแบบผงสำเร็จรูป

การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการใช้งานจริงในครัว

ขวดแก้วรูปทรงไอคอนิกของ La Drogheria 1880 ไม่เพียงมีความสวยงามในเชิงการออกแบบเท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงในครัว โดยมีรูปทรงที่จับถนัดมือ และสามารถปรับระดับความละเอียดของการบดได้ตามต้องการ คุณสมบัติเหล่านี้สะท้อนถึงปรัชญาของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง คุณภาพของวัตถุดิบ และความสะดวกในการใช้งาน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสร้างสรรค์รสชาติของอาหารได้อย่างเต็มที่ในทุกมื้ออาหาร

 

การเข้าซื้อกิจการโดย McCormick & Company

ในปี ค.ศ. 2015 McCormick & Company บริษัทชั้นนำด้านเครื่องเทศจากสหรัฐอเมริกา ได้เข้าซื้อหุ้น 100% ของ Drogheria & Alimentari ด้วยมูลค่า 85 ล้านยูโร (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) การควบรวมกิจการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย ทำให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ La Drogheria 1880 สามารถเข้าถึงครัวเรือนของผู้บริโภคในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

 

การรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์อิตาลี

อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าอิตาลีจะต้องสูญเสียแบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไป ตรงกันข้าม Andrea Barbagli ผู้อำนวยการบริหารของ Drogheria & Alimentari ได้กล่าวว่า การร่วมมือกับ McCormick ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดระดับนานาชาติ โดย McCormick ได้ให้คำมั่นว่าจะยังคงรักษาฐานการผลิต และการบริหารงานหลักไว้ในประเทศอิตาลี เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานคุณภาพ และจิตวิญญาณดั้งเดิมของแบรนด์ที่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880

 

การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในยุคปัจจุบัน

หลังจากการเข้าซื้อกิจการ โรงงานของบริษัทที่เมือง San Piero a Sieve ได้รับการพัฒนา และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ และระบบควบคุมคุณภาพที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ

 

การขยายโรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายโรงงานที่เมือง San Piero a Sieve เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และสร้างโอกาสการจ้างงานในพื้นที่ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนการจ้างงานได้ถึงประมาณ 50% ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่ไปกับการเติบโตของบริษัทในระดับสากล

 

มาตรฐานคุณภาพและการควบคุมวัตถุดิบ

La Drogheria 1880 ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ มาตรฐานการผลิต และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บริษัทใช้ระบบห่วงโซ่อุปทานแบบตรง ในการจัดหาวัตถุดิบจากประเทศต้นทาง ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพของเครื่องเทศได้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก ไปจนถึงขั้นตอนการแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์คงไว้ซึ่งความสดใหม่ และความแท้ของเครื่องเทศจากแหล่งกำเนิด

 

มาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสหภาพยุโรป

ในด้านความปลอดภัยของอาหาร บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดของสหภาพยุโรป และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่จำหน่ายภายใต้แบรนด์ La Drogheria 1880 มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานในระดับสากล

ปัจจุบัน La Drogheria 1880 กลายเป็นแบรนด์เครื่องเทศระดับพรีเมียมที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในประเทศอิตาลี และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องเทศในระดับสูงของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการยอมรับจากสื่อ และองค์กรด้านอาหารชั้นนำ เช่น Gambero Rosso และ TasteAtlas ซึ่งยกย่องให้ La Drogheria 1880 เป็นแบรนด์เครื่องเทศคุณภาพสูงของอิตาลี
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
St. Michel (เซนต์มิเชล)
St Michel : ตำนานแบรนด์คุกกี้ฝรั่งเศสจากหมู่บ้านเล็กสู่ครัวของคนทั่วโลก
 Le Beurre Bordier (เลอ เบอร์ บอร์ดิเยร์)
ทำความรู้จัก Le Beurre Bordier (เลอ เบอร์ บอร์ดิเยร์) สุดยอดแบรนด์เนยจากฝรั่งเศสที่ร้านมิชลินสตาร์ทั่วโลกเลือกใช้
Twinings (ทไวนิงส์)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Twinings (ทไวนิงส์) : ต้นตำรับชาชั้นเลิศของราชวงศ์อังกฤษที่มีอายุกว่า 300 ปี
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ