Chicken Tetrazzini (ชิกเคน เทตราซีนี่)
Chicken Tetrazzini เป็นอาหารอิตาเลียน-อเมริกันยอดนิยมที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในซานฟรานซิสโก เพื่อเป็นเกียรติแก่นักร้องโอเปร่าชาวอิตาลีผู้โด่งดังนามว่า Luisa Tetrazzini ซึ่งในยุคนั้น Luisa ถือเป็นหนึ่งในนักร้องโอเปร่าที่โด่งดังที่สุดในโลก ในฐานะ Coloratura Soprano ที่เสียงสูงและไพเราะ
จุดกำเนิดเพื่อนักร้องโอเปร่าระดับโลก
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Luisa Tetrazzini ได้เดินทางมาเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการแสดงโอเปร่า และได้สร้างความประทับใจอย่างล้นหลามให้กับชาวอเมริกัน เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จและพรสวรรค์ของ Luisa เชฟในอเมริกาจึงได้สร้างสรรค์อาหารเมนูใหม่ขึ้นมาและตั้งชื่อว่า "Tetrazzini" เพื่อเชิดชูเธอ
Chicken Tetrazzini แบบดั้งเดิมทำมาจาก เนื้อไก่งวงปรุงสุกหั่นเต๋าหรือฉีก รวมกับ เส้นสปาเก็ตตี้ จากนั้นคลุกเคล้ากับ ซอสครีมเข้มข้น ที่ทำมาจากเห็ด ถั่ว เนย เฮฟวี่ครีม สมุนไพรและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ปิดท้ายด้วยการโรยหน้าด้วย พาร์เมซานชีส แล้วนำไปเข้าเตาอบ จนได้มาเป็น Chicken Tetrazzini ที่มีรสชาติเข้มข้นและกลมกล่อมลงตัว
อย่างไรก็ตาม ต้นกำเนิดที่แท้จริงของการสร้างสรรค์เมนู Tetrazzini ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเชฟหลายคนต่างก็อ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้คิดค้น แต่หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Chicken Tetrazzini ถูกคิดค้นขึ้นมาโดย Ernest Arbogast พ่อครัวของ โรงแรม Palace ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นโรงแรมที่ Luisa Tetrazzini มักจะมารับประทานอาหารอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลาที่เธอมาเยือนสหรัฐอเมริกา
จากร้านอาหารหรูสู่ครัวเรือนทั่วไป
เมื่อเวลาผ่านไป ในช่วงปี 1950 Tetrazzini ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นตามร้านอาหารหรูในนิวยอร์กซิตี้ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีสูตร Chicken Tetrazzini ปรากฏอยู่ตามตำราอาหาร นวนิยาย และรายการโทรทัศน์มากมาย เช่น ปรากฏในตำราอาหารของ Vincent Price เรื่อง A Treasury of Great Recipes และในนวนิยายของ Sue Kaufman เรื่อง Diary of a Mad Housewife ซึ่งเป็นการตอกย้ำความแพร่หลายของเมนูนี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Chicken Tetrazzini ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นอาหารยอดนิยมทั้งในยุโรปและอเมริกา ซึ่งมักจะทานกันในงานพบปะสังสรรค์ ทานเป็นของว่าง หรือแม้แต่ทานเป็นอาหารค่ำในช่วงสุดสัปดาห์
ความอเนกประสงค์และการประยุกต์
สิ่งที่ทำให้ Chicken Tetrazzini ได้รับความนิยมก็คือ ความอเนกประสงค์ ของมัน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงสูตรมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อตอบสนองรสนิยมและความชอบด้านอาหารที่แตกต่างกัน เชฟบางคนอาจจะใส่ พริกหยวก พริกหวานพิเมนโต หรือผักชนิดอื่น ๆ ลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติและสีสัน หรือในบางเวอร์ชันก็อาจจะมีการใช้ เส้นพาสต้ารูปทรงต่าง ๆ เช่น มักกะโรนี หรือมีการใช้ ชีสชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พาร์เมซาน นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ มังสวิรัติและวีแกน ที่ใช้นมจากพืชในการทำครีมด้วย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลาย