Steak Diane (สเต็กไดแอน)
สเต็กไดแอน (Steak Diane) เป็นอาหารจานหรูที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในยุโรปและอเมริกา อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมนูนี้ค่อนข้างคลุมเครือ โดยแหล่งกำเนิดที่แท้จริงยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์ด้านอาหาร แต่เรื่องราวที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือสเต็กไดแอนถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเชฟชาวฝรั่งเศสชื่อ Beniamino Schiavon ในร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูแห่งหนึ่งในนิวยอร์กซิตี้ช่วงต้นศตวรรษที่ 20
เสน่ห์แห่งรสชาติ เทคนิค และความหรูหรา
สเต็กไดแอนเป็นหนึ่งในเมนูสเต็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในอดีตมักทำมาจาก เนื้อกวาง ก่อนที่ในภายหลังจะมีการปรับมาใช้ เนื้อวัวส่วนเทนเดอร์ลอยน์ ซึ่งเป็นเนื้อที่นุ่มและมีคุณภาพสูง ปรุงรสด้วย ซอสไดแอน (Sauce Diane) ที่มีส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น หัวหอมสับละเอียด, ทรัฟเฟิล, เนย, มัสตาร์ด, ซอสวูสเตอร์ (Worcestershire sauce) และสมุนไพรสด จากนั้นขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นคือการราดด้วยบรั่นดีแล้วจุดไฟด้วยเทคนิค เฟรมเบ้ (Flambé) ซึ่งการจุดไฟนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติและกลิ่นหอมเท่านั้น แต่ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้รับประทานเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองสเต็กไดแอนจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุ่มคนชั้นสูงและถูกยกย่องให้เป็นอาหารที่หรูหราและมีระดับ
แรงบันดาลใจจากเทพีไดอาน่า
ชื่อ สเต็กไดแอน กล่าวกันว่าถูกตั้งตามชื่อของ เทพีไดอาน่า (Diana) เทพีแห่งการล่า สัตว์ป่า และดวงจันทร์ของชาวโรมัน เพื่อรำลึกถึงความแข็งแกร่ง ความงาม ความกล้าหาญ และทักษะในการล่าสัตว์ของเธอ การเชื่อมโยงกับเทพีไดอาน่ายังช่วยเพิ่มความน่าสนใจและมิติทางประวัติศาสตร์ให้กับเมนูสเต็กไดแอนได้เป็นอย่างดี ทำให้เมนูนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหาร แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าค้นหาแฝงอยู่
การแพร่หลายและการปรับเปลี่ยนสูตร
หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน Steak Diane ก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะอาหารชั้นเลิศ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 ในช่วงเวลาดังกล่าว สูตรของสเต็กไดแอนบางครั้งก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเนื้อกวางซึ่งเป็นวัตถุดิบดั้งเดิมนั้นมีจำกัด ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้เนื้อวัวที่หาได้ง่ายกว่าและมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า
เมื่อเวลาผ่านไป Steak Diane ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละสูตรที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้นสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและนวัตกรรมด้านอาหารของแต่ละภูมิภาค ตัวอย่างเช่น บางเวอร์ชันอาจจะใช้ คอนญัก (Cognac) หรือบูร์บง (Bourbon) แทนบรั่นดีในการทำเทคนิคเฟรมเบ้ และมีการเติมส่วนผสมใหม่ ๆ ลงไปในซอส เช่น เห็ด หัวหอม หรือแม้แต่มะเขือเทศตากแห้ง เพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนรูปแบบของเนื้อสัตว์มาใช้ไก่หรือปลา เพื่อรองรับความต้องการด้านอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค เช่น ผู้ที่หลีกเลี่ยงเนื้อแดง
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Steak Diane เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลอนดอนรายงานว่า มีผู้คนจำนวนมากสั่งแชมเปญและสเต็กไดแอนทานที่โรงแรมพาเลซ เซนต์มอริตซ์ ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดย Bartolomeo Calderoni หัวหน้าพ่อครัวของโรงแรม แสดงให้เห็นถึงการแพร่หลายของเมนูนี้ในยุโรป
ต่อมาในปี 1940 Steak Diane ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในออสเตรเลียที่ร้านอาหาร Romano's ในซิดนีย์ โดยมี Tony Clerici เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ได้รับสูตรมาจากกรุงลอนดอนอีกทอดหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เอง Steak Diane จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในออสเตรเลียเช่นกัน
สเต็กไดแอนในปัจจุบัน: ความคลาสสิกที่ยังคงพัฒนา
ปัจจุบัน Steak Diane ยังคงเป็นเมนูคลาสสิกที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั้งในยุโรปและอเมริกา ซึ่งเชฟยุคใหม่ก็ยังคงปรับเปลี่ยนสูตร เพื่อให้เหมาะกับรสนิยมและเทรนด์การทำอาหารที่แตกต่างกัน แม้ว่าแบบดั้งเดิมจะประกอบด้วยเนื้อกวางหรือเนื้อวัวสันใน (Beef Tenderloin) ซึ่งเป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด แต่ในบางรูปแบบก็อาจจะใช้เนื้อสันนอก (Sirloin) หรือริบอาย (Ribeye) ที่มีรสชาติและไขมันแตกต่างกันไปก็ได้เช่นกัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ส่งผลให้ Steak Diane ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและดึงดูดใจผู้คนได้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบความคลาสสิก หรือผู้ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการลิ้มลองสเต็กที่ปรุงด้วยซอสอันเป็นเอกลักษณ์นี้