แชร์

Schnitzel (ชนิตเซิล)

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025

ประวัติศาสตร์ของชนิตเซิล (Schnitzel) นั้นค่อนข้างซับซ้อน กล่าวกันว่าต้นกำเนิดจริง ๆ นั้นมาจากยุคโรมันช่วงศตวรรษที่ 1 เพราะชนิตเซิลมีวิธีการปรุงที่คล้ายคลึงกับ Cotoletta alla Milanese ของชาวอิตาเลียน

กำเนิดในราชสำนักเวียนนา

ตามเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์กล่าวกันว่าจอมพล Radetzky ได้นำ Schnitzel มาเผยแพร่ยังเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังจากที่เขาได้รับชัยชนะจากการรบทางทหารทางตอนเหนือของอิตาลี เมื่อเดินทางกลับมายังเวียนนา จักรพรรดิ Franz Joseph I (ปกครองในช่วงปี ค.ศ. 1848 1916) ของออสเตรียก็มีรับสั่งให้เขาอธิบายรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างการรบ แต่แทนที่เขาจะอธิบายถึงกลยุทธ์และการต่อสู้ เขากลับพูดถึงการค้นพบอาหารที่ทำจากเนื้อลูกวัวทอดที่ยอดเยี่ยม ด้วยความหลงใหลในอาหาร จักรพรรดิจึงขอสูตรอาหารจากเขาเป็นการส่วนตัว และในเวลาไม่นานอาหารเมนูนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในราชสำนัก

ในยุคสมัยนั้นยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเมนูนี้ถูกเรียกว่าอะไร จนกระทั่งได้แพร่หลายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมัน เมนูนี้จึงถูกเรียกว่า Schnitzel ซึ่งแปลว่า การตัด ในภาษาเยอรมัน เพราะชนิตเซิลทำมาจากเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด ที่ตัดออกมาจากกระดูกแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ก่อนจะนำมาทุบให้มีความนุ่มสม่ำเสมอกันแล้วนำไปชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดกรอบ

ความแตกต่างระหว่างชนิตเซิลเยอรมันและออสเตรีย

เมื่อเวลาผ่านไปชนิตเซิลก็กลายเป็นอาหารที่ควบสองวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน นั่นก็คือเยอรมันและออสเตรีย เพราะสองประเทศนี้ต่างก็ให้ความสำคัญกับชนิตเซิลมากพอ ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตามชนิตเซิลของทั้งสองประเทศนั้นก็มีความแตกต่างกัน เพราะชนิตเซิลในเวียนนาจะนิยมใช้เนื้อลูกวัวแบบดั้งเดิม แต่ในเยอรมันจะนิยมใช้เนื้อหลากหลายชนิดทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ และเนื้อแกะ

ในเวียนนาชนิตเซิลที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ Wiener Schnitzel หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งคือ สเต๊กเวียนนา ทำจากเนื้อลูกวัว เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานและสลัดมันฝรั่ง เป็นเมนูขึ้นชื่อที่ถูกเรียกขานว่าเป็นเมนูประจำชาติของออสเตรีย นอกจากนี้ Wiener Schnitzel ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครอง (Protected Geographical Indication (PGI) ตามกฎหมายสหภาพยุโรปอีกด้วย

ส่วนในเยอรมันเองก็มีชนิตเซิลที่ขึ้นชื่ออยู่หลากหลาย เช่น Jägerschnitzel เป็นชนิตเซิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทำจากเนื้อลูกวัวเสิร์ฟพร้อมกับน้ำเกรวี่เห็ดเข้มข้น, Zigeunerschnitzel หรือ Gypsy schnitzel ทำมาจากเนื้อลูกวัว เนื้อหมู หรือเนื้อไก่เสิร์ฟพร้อมซอสพริกหยวกรสชาติเผ็ดร้อน และ Rahmschnitzel ทำจากเนื้อลูกวัว เนื้อหมู หรือเนื้อไก่เสิร์ฟพร้อมกับซอสครีม โดยเมนูต่าง ๆ เหล่านี้เราสามารถรับประทานได้ตามร้านอาหารท้องถิ่นในเยอรมัน

ศิลปะการทำชนิตเซิลและการแพร่หลายทั่วโลก

หัวใจของชนิตเซิลที่สมบูรณ์แบบอยู่ที่ศิลปะในการเตรียม เริ่มจากการหั่นเนื้อเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วทุบให้นุ่มจนแบนทำให้มีความหนาสม่ำเสมอกัน จากนั้นเนื้อจะถูกชุบด้วยแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปทอดในไฟกลาง ๆ เพื่อให้มีความสุกที่สม่ำเสมอกัน ทอดจนกรอบนอกนุ่มในชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงแบบดั้งเดิมที่ช่วยเสริมรสชาติและเนื้อสัมผัสเช่น มะนาวฝาน มันบด สลัดมันฝรั่ง และเฟรนซ์ฟราย

ชนิตเซิลได้ก้าวข้ามพรมแดนต่าง ๆ จนกลายเป็นอาหารล้ำค่าในหลายประเทศทั่วโลก ด้วยความเรียบง่ายและรสชาติที่อร่อย ชนิตเซิลจึงถูกพัฒนารสชาติให้มีความหลากหลายเข้ากับวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น Chicken Fried Steak ในอเมริกา นอกจากนี้ชนิตเซิลยังได้เข้ามามีบทบาทในวัฒนธรรมป๊อปอีกด้วย ซึ่งมักจะปรากฏอยู่ตามภาพยนตร์ รายการทีวี และตำราอาหารมากมาย

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Petit Four (เพที ฟูร์)
ทำความรู้จัก Petit Four (เพที ฟูร์) หนึ่งในขนมหวานชั้นเลิศจากประเทศฝรั่งเศส
Mousse de Maracujá (มูสเดอมาราคูจา)
ทำความรู้จัก Mousse de Maracujá (มูสเดอมาราคูจา) หรือมูสเสาวรส ของหวานยอดนิยมของชาวบราซิล
Chips and Dip (ชิปแอนด์ดิป)
วัฒนธรรมการทาน Chips and Dip (ชิปแอนด์ดิป) ของชาวอเมริกัน: ขนมขบเคี้ยวคู่ใจในทุกโอกาส
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้