Yakhchāl (ยัคชาล)
ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุของอิหร่านในยุคปัจจุบัน เมื่อหลายพันปีที่ผ่านมาชาวเปอร์เซียได้สร้าง ยัคชาล (Yakhchāl) สถาปัตยกรรมโบราณอันมหัศจรรย์ที่ทำหน้าที่เหมือนกับ ตู้เย็น ใช้สำหรับเก็บรักษาอาหารและน้ำแข็งในยุคที่โลกยังไม่มีไฟฟ้าใช้
กำเนิดและโครงสร้างของยัคชาล
คำว่า Yakhchāl แปลว่า บ่อน้ำแข็ง ในภาษาเปอร์เซีย ชาวเปอร์เซียได้สร้างสถาปัตยกรรมนี้ขึ้นมาเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคจักรวรรดิอะคีเมนิด (Achaemenid) ชาวเปอร์เซียได้ออกแบบยัคชาลให้มีลักษณะเป็นรูปโดมสูงนับสิบเมตร ทำผนังให้หนาโดยใช้อิฐที่ทำจากส่วนผสมของทราย ดินเหนียว ฟาง และขนสัตว์ โดยส่วนประกอบของวัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้ความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนป้องกันความร้อนชั้นดีที่ช่วยรักษาความเย็นภายในยัคชาลได้อีกด้วย
นวัตกรรมการทำความเย็นอันชาญฉลาด
นอกจากนี้ ชาวเปอร์เซียยังได้สร้างนวัตกรรมอันน่าทึ่งขึ้นมาอีกหนึ่งชนิดซึ่งก็คือ Qanat เป็นระบบขนส่งน้ำจากชั้นใต้ดินขึ้นสู่ผิวดิน โดยระบบนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการลำเลียงน้ำไปยังยัคชาลในช่วงฤดูหนาว เพื่อสร้างก้อนน้ำแข็ง สำหรับเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูร้อน
การสร้างยัคชาลได้ใช้กลไกอีกหลายอย่างในการรักษาอุณหภูมิที่เย็นภายในห้อง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นอีกหนึ่งอย่างเรียกว่า Windcatchers หรือหอดักลม ที่ติดไว้ตรงปลายยัคชาลคล้ายกับปล่องไฟ โดยหอดักลมนี้จะทำหน้าที่นำเอาอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนในยัคชาล ซึ่งอากาศเย็นที่มีมวลหนักกว่าจะจมลงสู่เบื้องล่าง ทำให้อากาศร้อนที่อยู่ด้านล่างลอยขึ้นไปอยู่ด้านบน ดังนั้นอากาศข้างล่างของยัคชาลจึงมีความเย็นมากพอที่จะช่วยเก็บรักษาอาหารไว้ได้นานยิ่งขึ้น
การใช้งานและมรดกทางวัฒนธรรม
การใช้งานยัคชาลจะมีความเหมือนกับตู้เย็นสมัยใหม่ทุกประการ เนื่องจากช่วยเก็บรักษาอาหารสดให้อยู่ได้นาน รวมไปถึงการสร้างและกักเก็บน้ำแข็ง ทั้งนี้น้ำแข็งที่ผลิตโดยยัคชาลในยุคนั้นยังนิยมนำไปทำของหวานที่เรียกว่าฟาลูเดห์ (Faloodeh) อีกด้วย ฟาลูเดห์เป็นของหวานที่คล้ายกับเชอร์เบท โดดเด่นด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีส่วนผสมหลักคือน้ำเลมอนสด น้ำเชื่อมดอกกุหลาบผสมเครื่องเทศ น้ำแข็งป่น และเส้นหมี่ที่ทำจากแป้งข้าวโพด คล้ายกับซ่าหริ่มในบ้านเรา
การออกแบบยัคชาลแสดงให้เห็นถึงความสามารถของวิศวกรชาวเปอร์เซียในสมัยโบราณ ที่สามารถสร้างสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนแรง โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด ซึ่งต่อมาสถาปัตยกรรมดังกล่าวกลายมาเป็นต้นแบบของการผลิตตู้เย็นในยุคปัจจุบัน แน่นอนว่าไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมามนุษย์เราจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้มากถึงเพียงนี้
ทุกวันนี้มีวิธีการทำความเย็นสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นความสำคัญของยัคชาลจึงก็ค่อย ๆ ลดลงแต่อย่างไรก็ตามสถาปัตยกรรมที่งดงามเหล่านี้ยังไม่ถูกลืมเลือน มีความพยายามที่จะฟื้นฟูและอนุรักษ์ยัคชาล ทั้งในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นสัญลักษณ์ของวิศวกรรมที่ยั่งยืน เนื่องจากยัคชาลได้รับความเสียหายจากพายุทะเลทราย ปัจจุบันจึงเหลือยัคชาลเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นในประเทศอิหร่านและพื้นที่บางส่วนของประเทศใกล้เคียงอย่างทาจิกิสถาน โดยมียัคชาลบางแห่งที่ได้รับการกำหนดให้เป็นแหล่งมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก