แชร์

Pangasius Fish (ปลาแพนกาเซียส)

Pangasius: ปลาประจำถิ่นแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Pangasius หรือปลาแพนกาเซียส คือปลาน้ำจืดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Pangasiidae ซึ่งครอบคลุมปลาประมาณ 30 ชนิด รวมถึงปลาสวายที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ปลาในกลุ่มนี้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในแม่น้ำสายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบแม่น้ำโขงอันกว้างใหญ่ ปลากลุ่ม Pangasius มีลักษณะเด่นที่น่าสังเกตคือ ไม่มีเกล็ดบนหนัง ลำตัวมีรูปร่างเพรียว หนวด 2 คู่บริเวณปาก และมีครีบก้นยาว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้พวกมันแตกต่างจากปลาชนิดอื่น

Pangasius มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมการบริโภคของประชาชนแถบลุ่มแม่น้ำโขงมานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะในเวียดนามตอนใต้ บริเวณเมือง Cần Thơ และจังหวัด An Giang ริมแม่น้ำโขง มีการจับปลา Pangasius มาบริโภคในครัวเรือนและแปรรูปหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นปลาแห้ง ปลารมควัน หรือปลาเค็ม มาตั้งแต่สมัยก่อนยุคอาณานิคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของปลาชนิดนี้กับวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาค

จากปลาท้องถิ่น สู่ดาวเด่นในตลาดโลก

ปลา Pangasius มีความสามารถพิเศษในการปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำได้ดีเยี่ยม และมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Pangasius เป็นตัวเลือกยอดนิยมของชาวประมงท้องถิ่นและเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา

ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 (ปี ค.ศ.1990-1999) เป็นต้นมา รัฐบาลเวียดนามได้เริ่มให้การสนับสนุนการเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้ในกระชังและบ่อดินอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการยกระดับการผลิตจากวิถีพื้นบ้านสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การสนับสนุนนี้ส่งผลให้ Pangasius กลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศเวียดนามในเวลาต่อมา

ในช่วงทศวรรษ 2000 (ปีค.ศ. 2000-2009) ปลา Pangasius โดยเฉพาะสายพันธุ์ Bas (Pangasianodon hypophthalmus) และ Tra (Pangasius bocourti) ได้รับการผลักดันเข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง โดยมีเวียดนามก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน เวียดนามส่งออกปลากลุ่มนี้ไปยังนานาประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการยกระดับปลาท้องถิ่นให้เป็นวัตถุดิบระดับสากล

กลยุทธ์ Pangasius Dory และปัจจัยแห่งความสำเร็จ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เวียดนามได้ใช้ชื่อทางการค้าสำหรับปลา Pangasius ที่ส่งออกว่า Pangasius Dory กลยุทธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอปลากลุ่มนี้ในฐานะปลาคุณภาพสูงที่สามารถแข่งขันกับปลา John Dory ซึ่งเป็นปลาเนื้อขาวระดับพรีเมียมและมีราคาสูง ซึ่งกลยุทธ์การตั้งชื่อนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และช่วยส่งเสริมความนิยมของปลาชนิดนี้ในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ปลา Pangasius ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในตลาดโลกมาจากหลายปัจจัยสำคัญดังนี้:

  • เนื้อปลาคุณภาพดี: เนื้อปลามีความนุ่มละเอียด ไม่มีกลิ่นคาวเด่นชัด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้บริโภคชื่นชอบ
  • ปริมาณการผลิตสูงและราคาเข้าถึงง่าย: สามารถเพาะเลี้ยงได้ในปริมาณมากในพื้นที่จำกัด ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ และมีราคาถูกกว่าปลาเนื้อขาวชนิดอื่นๆ ที่นิยม เช่น ปลาค็อด หรือฮาลิบัต ทำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมอาหาร
  • ความหลากหลายในการนำไปปรุงอาหาร: เนื้อปลา Pangasius มีรสชาติกลางๆ จึงเข้ากันได้ดีกับสูตรอาหารนานาชาติหลากหลายประเภท ทำให้สามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งเมนูตะวันตกและเอเชีย

ในประเทศแถบตะวันตก นิยมนำปลา Pangasius ไปทำเมนูยอดนิยมอย่าง Fish and Chips, Fish Burger และเมนูทอดต่างๆ ที่ต้องการเนื้อปลาที่คงรูปและมีรสสัมผัสดี ส่วนในประเทศไทย ปลากลุ่มนี้มักถูกนำมาประกอบอาหารพื้นบ้านและเมนูท้องถิ่นที่คุ้นเคย เช่น แกงเทโพ ต้มยำ ปลาแห้ง ปลาแดดเดียว ปลาทอด และปลาเผา ซึ่งล้วนเป็นเมนูที่สะท้อนถึงความอเนกประสงค์ของปลาชนิดนี้

คุณค่าทางโภชนาการและมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน

นอกจากรสชาติที่อร่อยและราคาที่เข้าถึงได้แล้ว ปลากลุ่ม Pangasius ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพหัวใจและสมอง นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง วิตามินบี 2 วิตามินดี และแร่ธาตุสำคัญต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และสังกะสี ซึ่งล้วนจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

ปลา Pangasius ให้พลังงานต่ำ มีโปรตีนสูง และไขมันอิ่มตัวต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือผู้ที่ใส่ใจรักษาสุขภาพหัวใจ โดยเฉลี่ยแล้ว เนื้อปลา Pangasius 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 90120 กิโลแคลอรี มีโปรตีนสูงถึง 1520 กรัม และมีไขมันเพียง 24 กรัม นอกจากนี้ยังมีวิตามิน D, B12 และแร่ธาตุสำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส และซีลีเนียม ซึ่งจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

เนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลี้ยงปลา Pangasius จึงกลายเป็นกิจกรรมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการควบคุมคุณภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลา Pangasius จำนวนมากในเวียดนามและประเทศอื่นๆ ได้รับการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น ASC (Aquaculture Stewardship Council) ซึ่งรับรองการเลี้ยงปลาด้วยวิธีที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ GlobalG.A.P. (Good Agricultural Practices) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหารและการจัดการฟาร์มที่ดี

การได้รับมาตรฐานเหล่านี้ ทำให้ Pangasius กลายเป็นปลาที่น่าเชื่อถือในตลาดพรีเมียมมากขึ้น และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของปลาน้ำจืดในเวทีโลก ว่าสามารถผลิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

แม้ว่า Pangasius จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ในช่วงหนึ่งก็เคยมีข่าวลือด้านลบเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงและคุณภาพน้ำในฟาร์มเวียดนาม ซึ่งหลายกรณีได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข้อมูลบิดเบือนหรือขาดบริบทที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ฟาร์มจำนวนมากในปัจจุบันได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด ทำให้ Pangasius ยังคงเป็นหนึ่งในปลาที่ส่งออกมากที่สุดในโลก และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nagashi Somen
ทำความรู้จัก Nagashi Somen (นากาชิโซเม็ง) วัฒนธรรมการรับประทานอาหารดับร้อนที่มีความสนุกสนาน
Flexitarianism
ทำความรู้จัก Flexitarianism (เฟลกซิทาเรียนนิสซึม) อีกหนึ่งทางเลือกของการบริโภค
Sourdough
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Sourdough (ซาวโดว์) จากแบรนด์ OVEN.
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ