Pecorino Grotta (เปโกรีโน่ กรอตต้า)
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026

Pecorino Grotta (เปโกรีโน่ กรอตต้า) หรือชื่อเต็มคือ Pecorino di Grotta (เปโกรีโน่ ดี กรอตต้า) คือชีสนมแกะจากประเทศอิตาลีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากกระบวนการบ่มภายในถ้ำ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมด้านอุณหภูมิ และความชื้นที่คงที่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ชีสมีเนื้อสัมผัสกึ่งแข็ง แน่น และมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ
ความหมายของคำว่า Pecorino และ Grotta
คำว่า “Pecorino” เป็นคำภาษาอิตาลีที่ใช้เรียกชีสที่ผลิตจากนมแกะ 100% ส่วนคำว่า “Grotta” มีความหมายตรงตัวว่า “ถ้ำ” ด้วยเหตุนี้ Pecorino Grotta จึงหมายถึง ชีส Pecorino ที่ผ่านการบ่มในถ้ำนั่นเองประวัติศาสตร์การผลิตชีส Pecorino ในอิตาลี
การผลิตชีส Pecorino ในอิตาลีมีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงยุคโรมันโบราณ โดยมีหลักฐานปรากฏในงานเขียนของนักปราชญ์โรมันหลายท่าน อาทิ Pliny the Elder ซึ่งได้กล่าวถึงการทำชีสจากนมแกะในพื้นที่ตอนกลาง และตอนใต้ของคาบสมุทรอิตาลีความเชี่ยวชาญด้านการทำชีสของชาวโรมัน
ชาวโรมันมีชื่อเสียงด้านการผลิตชีสที่เป็นระบบ และมีความซับซ้อน พวกเขามักใช้นมจากสัตว์หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมแพะ หรือนมแกะ เพื่อนำมาผลิตชีสในรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการทดลองกระบวนการบ่มในสภาพแวดล้อม และระยะเวลาที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดชีสที่มีรสชาติ เนื้อสัมผัส และลักษณะเฉพาะตัวจำนวนมากจุดเริ่มต้นของเทคนิคการบ่มชีสในถ้ำ
การบ่มชีสในถ้ำเป็นเทคนิคแบบโบราณในยุคสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการทำความเย็น ซึ่งชาวโรมันอาศัยถ้ำเป็นสถานที่เก็บรักษา และบ่มชีส เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนารสชาติสภาพแวดล้อมภายในถ้ำกับการพัฒนาชีส
ภูมิอากาศภายในถ้ำมีลักษณะโดดเด่นหลายประการ ได้แก่ อุณหภูมิที่ต่ำ และคงที่ตลอดทั้งปี ความมืดที่ปราศจากแสง และความร้อน รวมถึงระดับความชื้นที่สูง และสม่ำเสมอ สภาพแวดล้อมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการก่อตัวของจุลินทรีย์ และเชื้อราชั้นดีตามธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชีสจากเชื้อโรคภายนอกเท่านั้นแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสของชีสด้วยการแพร่หลายของการบ่มชีสในแคว้นทัสคานี
เมื่อเวลาผ่านไปเทคนิคการบ่มชีสในถ้ำก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในแคว้นทัสคานี ซึ่งมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยถ้ำหินปูนตามธรรมชาติ ควบคู่กับวิถีการเลี้ยงแกะที่สืบทอดต่อเนื่องมาอย่างยาวนานขั้นตอนการผลิต Pecorino Grotta
การผลิตชีส Pecorino Grotta เริ่มต้นจากการผลิตชีสนมแกะตามวิธีดั้งเดิม เมื่อชีสขึ้นรูป และเริ่มแข็งตัวแล้วจะถูกนำไปบ่มในถ้ำ โดยระยะเวลาการบ่มทั่วไปอยู่ระหว่าง 60–90 วัน ขึ้นอยู่กับสไตล์ และแนวทางของผู้ผลิต อย่างไรก็ตามในบางกรณี Pecorino Grotta อาจถูกบ่มยาวนานถึงหนึ่งปีหรือมากกว่า เพื่อให้ได้รสชาติที่ลุ่มลึก เข้มข้น และซับซ้อนยิ่งขึ้นการดูแลชีสระหว่างการบ่มในถ้ำ
ในระหว่างการบ่ม ชีสจะถูกวางบนกระดานไม้ และพลิกกลับอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งทาผิวด้านนอกด้วยน้ำมันมะกอก เทคนิคนี้ช่วยทำให้ผิวมีคุณสมบัติกันความชื้น และช่วยปกป้องเนื้อชีสด้านในจากสภาพแวดล้อมภายนอกบทบาทของน้ำมันมะกอกต่อกลิ่นและรสชาติของชีส
นอกจากบทบาทในการปกป้องชีสแล้ว น้ำมันมะกอกยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอมอ่อน ๆ และเสริมมิติของรสชาติ ส่งผลให้ Pecorino Grotta มีรสชาติที่ซับซ้อน กลมกล่อม และสะท้อนเอกลักษณ์ของการบ่มในถ้ำได้อย่างชัดเจนลักษณะภายนอกและเนื้อสัมผัสของ Pecorino Grotta
Pecorino Grotta มีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากชีส Pecorino ที่บ่มด้วยวิธีอื่น คือ ผิวด้านนอกของชีสมักมีสีน้ำตาลเข้ม มีลักษณะแข็ง และหยาบ ภายในชีสมีเนื้อสัมผัสกึ่งแข็งแต่ยังคงร่วนแตกได้ เนื้อชีสมีสีตั้งแต่โทนงาช้างอ่อนไปจนถึงเหลืองอ่อน ทั้งนี้เฉดสี และความเข้มของเนื้อชีสจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการบ่มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชีสบ่มถ้ำ
Pecorino Grotta มีรสชาติโดดเด่นด้วยความมันแกมเค็มผสานกลิ่นอายของดิน และถั่วที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากกระบวนการบ่มในถ้ำธรรมชาติการจับคู่ Pecorino Grotta กับเครื่องดื่ม
ชีสชนิดนี้นิยมรับประทานคู่กับน้ำผึ้ง ผลไม้แห้ง หรือไวน์แดงที่มีบอดี้เข้ม เพื่อช่วยขับเน้นรสชาติที่ซับซ้อนของชีสให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากไวน์แล้ว Pecorino Grotta ยังเข้ากันได้ดีกับเบียร์หลายประเภท โดยเฉพาะเบียร์ที่มีรสชาติเข้มข้น เช่น Belgian Ale หรือ Brown Aleการนำ Pecorino Grotta ไปประกอบอาหาร
Pecorino Grotta สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ขูดโรยบนพาสต้า ริซอตโต้ หรือสลัด ในแคว้นทัสคานีนิยมเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงคู่กับซุป หรืออาหารจานหลัก เพื่อเติมเต็มรสชาติของมื้ออาหารให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นการสืบสานการบ่มชีสในถ้ำในปัจจุบัน
ปัจจุบันผู้ผลิตชีสหลายรายในแคว้นทัสคานียังคงสืบสานประเพณีการบ่มชีสในถ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยยึดถือวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม รวมถึงการใช้ถ้ำโบราณเป็นสถานที่บ่มชีส นอกจากนี้น้ำนมแกะที่นำมาใช้ก็มาจากฟาร์มท้องถิ่นซึ่งผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จัก “Fleur de Sel” เกลือที่เป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าในโลกของการปรุงอาหาร
รัฐ Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชีสคุณภาพสูงที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ชีสจากทวีปยุโรป
ทำความรู้จัก “Pizza Quattro Formaggi” (พิซซ่า ควอตโตร ฟอร์มาจจิ) พิซซ่าหน้าชีส 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมในอิตาลี


