The Art of Chinese Tea Brewing (ศาสตร์แห่งการชงชาจีน)
อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026

ในวัฒนธรรมจีน ชามีความสำคัญอย่างมากในพิธีกรรม และประเพณีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง “เทศกาลตรุษจีน” ซึ่งเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวจีนทั่วโลก โดยการถวายชาในช่วงเทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมตามประเพณี แต่เป็นการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญู และความผูกพันในครอบครัว ทั้งต่อผู้อาวุโส และบรรพบุรุษ
พิธีถวายชาในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีขั้นตอน และมารยาทที่เฉพาะเจาะจง ผู้ถวายต้องแต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดใหม่ จัดเตรียมชาให้พร้อม จากนั้นยืนหันหน้าเข้าหาผู้รับ ถือถ้วยชาด้วยมือทั้งสองข้าง โดยให้หูถ้วยหันไปทางขวาของผู้รับ และกล่าวคำอวยพรมงคล
เมื่อผู้รับดื่มชา และฟังคำอวยพรเสร็จแล้วจะมอบซองแดง หรืออั่งเปา ให้กับผู้ถวาย โดยซองแดงเหล่านี้จะบรรจุเงิน หรือของขวัญเล็ก ๆ น้อยๆ เป็นสัญลักษณ์ของพร และความโชคดีที่ผู้อาวุโสมอบให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งการแลกเปลี่ยนนี้แสดงถึงความรัก และความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัว
ตำนานกำเนิดชา : พระเจ้า Shennong และการค้นพบชาโดยบังเอิญ
ประเทศจีนได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นกำเนิดของชา ตามตำนานเล่าว่าพระเจ้า Shennong (เสินหนง) ซึ่งเป็นจักรพรรดิในตำนาน และเป็นบิดาแห่งการเกษตรจีน ได้ค้นพบชาโดยบังเอิญเมื่อราว 2,700 ปีก่อนคริสตกาล ขณะที่พระองค์กำลังต้มน้ำดื่ม ใบชาได้หล่นลงในหม้อน้ำร้อน ทำให้น้ำมีสี และกลิ่นหอม เมื่อพระองค์ลิ้มลองจึงพบว่ามีรสชาติที่ดี และสดชื่น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาจึงถูกนำมาใช้เป็นทั้งเครื่องดื่ม และยารักษาโรคราชวงศ์ถัง : การพัฒนาวัฒนธรรมการดื่มชา และกำเนิดตำรา “Cha Jing”
ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) วัฒนธรรมการดื่มชาได้รับการพัฒนาอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ โดย Lu Yu นักปราชญ์ และกวีชาวจีนผู้มีชื่อเสียงในฐานะ “Tea Sage” หรือเทพเจ้าแห่งชา ได้เขียนตำราเกี่ยวกับชาเล่มแรกของโลกขึ้นมาชื่อว่า “Cha Jing” หรือ “คลาสสิกแห่งชา” ตำราเล่มนี้ครอบคลุมทุกแง่มุมของชาตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การชง จนถึงวัฒนธรรมการดื่มชาราชวงศ์ซ่ง : พิธีชงชาในฐานะศิลปะ และวิถีแห่งความสงบใคร่ครวญ
ในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279) พิธีชงชาได้พัฒนาเป็นศิลปะที่ประณีต มีพิธีกรรม และขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจง สะท้อนถึงความสง่างาม และความประณีตของวัฒนธรรมจีน ชนชั้นสูง และนักปราชญ์มักใช้ชาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิด สร้างบทกวี และชื่นชมศิลปะ ดังนั้นการชงชาจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่เน้นความสงบ และการใคร่ครวญศตวรรษที่ 20 : ความนิยมของ “功夫茶 - Gongfu Tea” ในจีน และไต้หวัน
ในศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1980-1990 ศิลปะการชงชาจีนที่เรียกว่า “功夫茶 - Gongfu Tea” (กงฟูฉา) ซึ่งหมายถึง “การชงชาด้วยความชำนาญ” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศจีน และไต้หวัน วิธีการนี้เน้นการใช้ใบชาจำนวนมากในภาชนะขนาดเล็ก ชงด้วยน้ำร้อนในเวลาสั้น ๆ และชงซ้ำหลายครั้ง เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของรสชาติ และกลิ่นหอมของชาในแต่ละรอบการชงหลักการสำคัญ 3 ประการของการชงชาแบบ Gongfu
การชงชาแบบ Gongfu เน้นสามหลักการสำคัญ ได้แก่ ความมีสมาธิ, ความเคารพ และความอดทน ผู้ชงต้องให้ความสนใจเต็มที่กับกระบวนการชง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของใบชา สี และกลิ่นหอมในแต่ละขั้นตอน การทำเช่นนี้เป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้ชง และผู้ดื่มพบความสงบ และตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะอุปกรณ์สำคัญของการชงชาแบบ Gongfu
หัวใจสำคัญของการชาชงแบบ Gongfu คือ อุปกรณ์การชงชาที่สมบูรณ์แบบ ได้แก่- Yixing Zisha Teapot (ป้านชาดินเผาจื่อซา) : เป็นป้านดินเผาจากเมืองอี๋ซิง มีคุณสมบัติพิเศษคือทำจากดินที่มีความสามารถในการดูดซับกลิ่น และรสชาติของชาไว้ ยิ่งใช้ไปนานวัน ป้านชาก็จะยิ่งมีชีวิต และขับรสชาติของชาออกมาได้ดียิ่งขึ้น
- Tasting Cups (ถ้วยชิม) : มักมีขนาดเล็ก เพื่อให้ค่อยๆ จิบ และลิ้มรสสัมผัส และ Aftertaste ที่ตกค้างในลำคอ
- Sniffer Cups (ถ้วยดมกลิ่น) : ใช้สำหรับสูดดมกลิ่นหอมของใบชาหลังจากรินน้ำชาออกไปแล้ว เป็นการเสพสุนทรีย์ทางนาสิกสัมผัส
ขั้นตอนการชงชาแบบ Gongfu : Warming the Pot, Awakening the Tea, The Pour
การชงชาแบบ Gongfu มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละขั้นตอนแฝงไปด้วยความหมาย เช่น- Warming the Pot (การอุ่นอุปกรณ์) : การใช้น้ำร้อนลวกป้านชา และถ้วยชา ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะอาด แต่เป็นการปรับอุณหภูมิของภาชนะให้พร้อมรับใบชา เพื่อไม่ให้อุณหภูมิของน้ำลดลงกะทันหันเมื่อเริ่มชง
- Awakening the Tea (การปลุกชา) : การเทน้ำร้อนลงบนใบชาแล้วรินทิ้งทันที ขั้นตอนนี้เป็นการล้างฝุ่นละออง และเป็นการช่วยให้ใบชาที่ม้วนตัวอยู่ค่อยๆ คลี่ออก เตรียมพร้อมสำหรับการสกัดรสชาติในน้ำถัดไป
- The Pour (การรินน้ำชา) : การรินชาแบบ Gongfu มักใช้เทคนิคการรินแบบวนรอบถ้วย เพื่อให้รสชาติของชาในทุกถ้วยมีความเข้มข้นเท่ากัน เรียกว่า “Guan Gong Patrols the City” (กวนกงเลียบเมือง)
ความสำคัญของชาในวันตรุษจีน และความหมายของเทศกาลปีใหม่จีน
เทศกาลตรุษจีน หรือเทศกาลปีใหม่จีนเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีนทั่วโลก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวมารวมตัวกัน แสดงความเคารพต่อญาติผู้ใหญ่ บรรพบุรุษ และอวยพรซึ่งกัน และกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ในวันแรกของเทศกาลตรุษจีนตามประเพณี สมาชิกในครอบครัวรุ่นหลังจะถวายชาหวานให้กับผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สำคัญในห้องรับแขก การถวายชานี้เป็นพิธีกรรมแรกของวัน แสดงถึงความเคารพ และความกตัญญูกตเวที
พิธีถวายชาในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีขั้นตอน และมารยาทที่เฉพาะเจาะจง ผู้ถวายต้องแต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดใหม่ จัดเตรียมชาให้พร้อม จากนั้นยืนหันหน้าเข้าหาผู้รับ ถือถ้วยชาด้วยมือทั้งสองข้าง โดยให้หูถ้วยหันไปทางขวาของผู้รับ และกล่าวคำอวยพรมงคล
เมื่อผู้รับดื่มชา และฟังคำอวยพรเสร็จแล้วจะมอบซองแดง หรืออั่งเปา ให้กับผู้ถวาย โดยซองแดงเหล่านี้จะบรรจุเงิน หรือของขวัญเล็ก ๆ น้อยๆ เป็นสัญลักษณ์ของพร และความโชคดีที่ผู้อาวุโสมอบให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งการแลกเปลี่ยนนี้แสดงถึงความรัก และความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัว
“แขกมาต้องรินชา” : ธรรมเนียมต้อนรับแขกช่วงตรุษจีน และถาดขนมมงคล
นอกจากการถวายชาให้ผู้อาวุโสแล้ว ชายังใช้เป็นเครื่องดื่มต้อนรับแขกที่มาเยือนในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย ซึ่งในประเทศจีนจะมีธรรมเนียมการรับแขกที่ว่า “แขกมาต้องรินชา” คือกฎเหล็กของครอบครัวจีน ในช่วงตรุษจีนที่ญาติพี่น้องมาพบปะกัน การชงชาเลี้ยงแขกเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับที่อบอุ่น มักเสิร์ฟคู่กับ “ถาดขนมมงคล” เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน หรือถั่วตัดชนิดของชาที่นิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาหลายชนิดได้รับความนิยมเนื่องจากความหมายเชิงสัญลักษณ์ และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยชนิดของชาที่มักใช้ในพิธีกรรม และการต้อนรับแขก ได้แก่- Pu-erh Tea (ชาผู่เอ๋อ) - เป็นชาหมักที่มีอายุ มีรสชาติเข้มข้น และกลมกล่อม เชื่อกันว่าช่วยย่อยอาหาร ซึ่งเหมาะสมในช่วงตรุษจีนที่มีการรับประทานอาหารมากมาย นอกจากนี้ชาผู่เอ๋อยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง และอายุยืน
- Tie Guan Yin (ชาเถี่ยกวนอิม) - เป็นชาอู่หลงชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอม และรสชาติหวานอ่อน เป็นที่นิยมในพิธีถวายชา และการดื่มร่วมกับครอบครัว ชาชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเมตตากรุณา และความสุข
- Chinese Black Tea (ชาดำจีน) - มีรสชาติเข้มข้น และหอมหวาน เหมาะสำหรับเสิร์ฟกับอาหารหวานในช่วงตรุษจีน ชาดำเป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่น และความสามัคคี
- Sweet Tea (ชาหวาน) - เป็นชาที่ปรุงด้วยผลไม้อบแห้ง เช่น ลูกเกด มะเดื่อ หรือแตงกวา เป็นชาพิเศษที่ใช้ในพิธีถวายผู้อาวุโส รสหวานของชาเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลในปีใหม่
ความเชื่อเรื่องการดื่มชาคุณภาพดีในวันแรกของปีใหม่
การเลือกชาคุณภาพดีเป็นสิ่งสำคัญในช่วงตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่าการดื่มชาชั้นดีที่สุดในวันแรกของปีใหม่จะนำมาซึ่งโชคลาภ และความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปีการสืบทอดวัฒนธรรมชงชา และการปรับใช้ในไลฟ์สไตล์สมัยใหม่
แม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่วัฒนธรรมการชงชาในช่วงเทศกาลตรุษจีนยังคงมีบทบาทสำคัญ และได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันมีการปรับใช้พิธีชงชาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ และคุณค่าของประเพณีไว้การชงชา Gongfu ในชีวิตประจำวัน และความนิยมของร้านชาในเมืองใหญ่
หลายคนนำการชงชาแบบ Gongfu มาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นวิธีหาความสงบ และผ่อนคลายท่ามกลางความวุ่นวาย ร้านชา และห้องชงชาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่ทั่วโลก กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวเพื่อเรียนรู้ ฝึกฝน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับชา นอกจากนี้ยังมีคอร์สอบรม และเวิร์กชอปที่สอนศิลปะการชงชาให้กับผู้สนใจทั้งจีน และชาวต่างชาติด้วย Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
Japanese Tea Ceremony : สัมผัสจิตวิญญาณแห่งเซนผ่าน “วิถีแห่งชา”
The Judgment of Paris EP.1 : จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการไวน์โลกเหตุการณ์ที่เขย่าวงการไวน์ทั่วโลก


