Villa Reale Supreme (วิลลา เรอาเล ซูพรีม)
อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026

Villa Reale Supreme (วิลลา เรอาเล ซูพรีม) คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารระดับพรีเมียมจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Campo d'Oro (คัมโป โดโร) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประเภท Conserve และเครื่องปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของเกาะซิซิลี
ยกระดับมรดกอาหารซิซิลีสู่ความหรูหรา
Villa Reale Supreme ไม่ได้เป็นแบรนด์อาหารทั่วไป แต่เป็นแบรนด์ที่ยกระดับมรดกด้านอาหารของเกาะซิซิลีสู่มิติใหม่แห่งความหรูหรา และคุณภาพระดับพรีเมียม ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากเกาะซิซิลี รวมถึงส่วนผสมจาก Slow Food Presidia ซึ่งเป็นองค์กรที่คุ้มครอง และอนุรักษ์วัตถุดิบท้องถิ่นที่หายาก และมีคุณค่าการก่อตั้ง Campo d'Oro โดย Paolo Licata
บริษัท Campo d'Oro ก่อตั้งขึ้นโดย Paolo Licata ประมาณช่วงปี ค.ศ. 1989–1990 เขาก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์สูตรอาหารแบบดั้งเดิมของเกาะซิซิลีที่กำลังจะสูญหายไปตามกาลเวลา ให้กลับมามีชีวิตชีวา และคงอยู่สืบต่อไปอย่างยั่งยืน
Paolo Licata นำสูตรอาหารเก่าแก่ของครอบครัวที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาผสานเข้ากับนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาแห่งความบริสุทธิ์ และคุณภาพของวัตถุดิบเป็นสำคัญ ในช่วงเริ่มต้น บริษัทมุ่งเน้นผลิตอาหารกระป๋อง และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษที่สะท้อนประเพณีการทำอาหารของซิซิลีเป็นหลัก
การถือกำเนิดของแบรนด์ Villa Reale Supreme
เมื่อบริษัทเติบโต และได้รับการยอมรับในระดับสากล ฝ่ายบริหารก็เล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งต้องการผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่มีคุณภาพเหนือระดับ ด้วยเหตุนี้แบรนด์ Villa Reale Supreme จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะสายผลิตภัณฑ์ที่หรูหรา และทรงคุณค่าที่สุดของบริษัทความหมายของชื่อ Villa Reale Supreme
ชื่อ “Villa Reale Supreme” มีความหมายว่า “พระราชวังหลวงชั้นเลิศ” ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์แห่งความหรูหรา และมรดกทางวัฒนธรรมของซิซิลีที่ตั้งโรงงานในเมือง Sciacca แคว้นซิซิลี
บริษัท Campo d'Oro ตั้งอยู่ใจกลางชนบทของซิซิลี บริเวณพื้นที่ Contrada Scunchipane เมือง Sciacca ซึ่งอยู่ห่างจากหุบเขาแห่งวิหารในเมือง Agrigento ประมาณ 50 กิโลเมตรสภาพแวดล้อมการผลิตที่บริสุทธิ์และเชื่อมโยงธรรมชาติ
สถานที่ตั้งดังกล่าวได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าโรงงานตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ ห่างไกลจากมลภาวะ และเสียงรบกวน โอบล้อมด้วยต้นมะกอกอายุหลายศตวรรษ อันเป็นภาพสะท้อนของความผูกพันระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และกระบวนการผลิตอาหารคุณภาพสูงการคัดสรรวัตถุดิบและกระบวนการแปรรูปภายใน 24 ชั่วโมง
วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตมาจากฟาร์มของครอบครัว Licata โดยทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงการกำหนดระดับความสุกที่เหมาะสมของผลผลิต ล้วนได้รับการดูแล และควบคุมอย่างพิถีพิถัน วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกนำมาแปรรูปภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเก็บเกี่ยว โดยปราศจากการเติมสารเคมี สารกันเสีย หรือสีผสมอาหารใด ๆ นโยบายดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด ควบคู่กับความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคโรงงานทันสมัยและพลังงานสะอาด
โรงงานผลิตของ Campo d'Oro ได้รับการออกแบบให้ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต ระบบพลังงานไฟฟ้าของโรงงานใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ และกังหันลมเป็นหลักมาตรฐานและการรับรองระดับสากล
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา บริษัทได้นำระบบบริหารคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยมาตรฐาน และการรับรองที่บริษัทได้รับ ได้แก่ BRC (British Retail Consortium), IFS Food (International Featured Standards), FSSC 22000 (Food Safety System Certification),Bio Organic, JAS (Japanese Agricultural Standard), Kosher, Halal และ Ecovadisการรับรอง Carbon Neutral และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
การได้รับการรับรองเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของบริษัทในการรักษามาตรฐานคุณภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรร การจัดหาวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการบรรจุภัณฑ์ขั้นสุดท้าย นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการรับรอง Carbon Neutral ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อโลกในระยะยาวระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใส
อีกทั้งบริษัทยังมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน ระบบดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกสู่ตลาดความร่วมมือกับ Slow Food Presidia
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่สุดของ Villa Reale Supreme คือความมุ่งมั่นในการคัดสรรวัตถุดิบจากโครงการ Slow Food Presidia แห่งซิซิลี ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งอนุรักษ์วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สืบสานประเพณีการผลิตอาหารแบบดั้งเดิม และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละภูมิภาควัตถุดิบเอกลักษณ์จาก Slow Food Presidia
วัตถุดิบจาก Slow Food Presidia ที่ Villa Reale Supreme เลือกใช้ ได้แก่ หัวหอม Giarratana ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ และให้รสชาติหวานละมุน, กระเทียมจาก Nubia ที่มีกลิ่นหอมเข้มข้น และมีสีแดงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และอัลมอนด์จาก Noto ซึ่งมีรสชาติเข้มข้นพร้อมเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงมอบรสชาติที่เหนือระดับ แต่ยังเป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรของซิซิลีอย่างเป็นรูปธรรมด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์กว่า 123 รายการ
Villa Reale Supreme มีผลิตภัณฑ์หลากหลายกว่า 123 รายการ อาทิ- Villa Reale Supreme Pesto di Pistacchio di Sicilia พิสตาชิโอเพสโต้
- Villa Reale Supreme Sugo al Ciliegino ซอสมะเขือเทศเชอร์รี่
- Salt with Mint and Lemon Supreme เกลือทะเลซิซิลีผสมสมุนไพร
- Sicilian Mandarin Jam แยมส้มแมนดารินซิซิลี
- Red Pesto with Ricotta เพสโต้แดงกับชีสริคอตต้า
- Semi-dried seasoned cherry tomato in olive oil มะเขือเทศเชอร์รี่กึ่งแห้งในน้ำมันมะกอก
- Sicilian Oranges Jam แยมส้มซิซิลี
- Sweet Pistacchio Spread สเปรดพิสตาชิโอหวาน
บรรจุภัณฑ์หรูหราและโลโก้มงกุฎราชวงศ์
Villa Reale Supreme ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายในเท่านั้น แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนถึงความหรูหรา และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ กระปุกแก้วที่ใช้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมทันสมัย และสง่างาม ออกแบบมาเพื่อดึงดูดสายตา พร้อมถ่ายทอดภาพลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ภายในได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ตรงกลางของฉลากยังมีโลโก้ Villa Reale Supreme ประดับด้วยสัญลักษณ์มงกุฎราชวงศ์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์แห่งความมีระดับ ความสง่างาม และความประณีตในทุกมิติของแบรนด์การยอมรับในตลาดระดับสากล
ด้วยคุณภาพอันโดดเด่น Villa Reale Supreme จึงได้รับการยอมรับในตลาดระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้รับการจัดจำหน่ายในร้านอาหารชั้นนำ ร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะทางระดับพรีเมียม และร้านค้าปลอดภาษีในหลายประเทศทั่วโลกกลุ่มเป้าหมายระดับ Luxury Gourmet
Villa Reale Supreme ได้รับการออกแบบขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าที่แสวงหาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ด้านสไตล์ และคุณภาพที่โดดเด่นเหนือระดับ กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ประกอบด้วยร้านอาหารระดับ Luxury Gourmet, ร้านจำหน่ายกระเช้าของขวัญพรีเมียม และร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบินนานาชาติประสบการณ์การรับประทานอาหารที่พิเศษ
ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเป็นอาหารสำหรับการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เป็นการรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่พิเศษ เหมาะสำหรับโอกาสสำคัญ และการเฉลิมฉลองในวาระต่าง ๆ Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จัก “Tenuta Sant'Ilario” (เตนูต้า ซานติ ลารีโอ้) แบรนด์น้ำมันมะกอก Extra Virgin จากอิตาลี


