แชร์

Non-ultra Processed Food (อาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปขั้นสูง)

อัพเดทล่าสุด: 2 มี.ค. 2026
ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างใช้ชีวิตเร่งรีบ และความต้องการบริโภคอาหารมีมากตามจำนวนประชากรบนโลกมนุษย์ การผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรมที่เน้นผลลัพธ์ปริมาณมาก และให้ความสะดวกแก่ผู้บริโภคกลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และเริ่มใส่ใจในการเลือกที่มาของอาหารที่จะบริโภคมากกว่าความสะดวกเพียงอย่างเดียว

 

ระบบ NOVA : พื้นฐานของการทำความเข้าใจอาหารแปรรูป

หากจะพูดถึง Non-ultra processed food หรืออาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปขั้นสูง จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจการจำแนกอาหารในระบบ NOVA (Nova classification) ก่อน โดยระบบนี้มาจากงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ในปี 2009 โดย Carlos Augusto Monteiro ซึ่งเป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งในเวลาต่อมา NOVA ได้ถูกยอมรับและอ้างอิงโดยองค์กรเกี่ยวกับอาหารทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง FAO (องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ) และ WHO (องค์การอนามัยโลก)

 

NOVA สามารถจำแนกได้ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

กลุ่มที่ 1 : อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปหรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด

หมายถึงวัตถุดิบโดยทั่วไป เช่น เนื้อสัตว์ดิบ ไข่ เมล็ดข้าว ผักและผลไม้สด และนมสด ที่ไม่ผ่านการแปรรูปหรือถนอมอาหารด้วยวิธีการเติมสารเคมีหรือเครื่องปรุงเช่น เกลือ ไขมัน และน้ำตาล แต่สามารถใช้กรรมวิธีทางกายภาพอื่น ๆ หรือแปรรูปเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ปลอดภัยต่อการบริโภคได้ เช่น การตัดแต่งส่วนที่ไม่ต้องการออก การแช่แข็ง และการพาสเจอร์ไรซ์

 

กลุ่มที่ 2 : ส่วนประกอบสำหรับอาหารแปรรูป

หมายถึงวัตถุดิบที่ได้จากวัตถุดิบกลุ่มแรก โดยผ่านกระบวนการแปรรูปทางกายภาพ เช่น การบีบอัด การกลั่น การบด การโม่ และการอบแห้ง และยังรวมถึงวัตถุดิบที่เป็นสารจากธรรมชาติ โดยวัตถุดิบในกลุ่มนี้ เช่น น้ำมัน เกลือ น้ำส้มสายชู น้ำตาล แป้ง เนย และน้ำผึ้ง มักจะไม่ถูกใช้ในการบริโภคโดยตรง แต่จะถูกใช้เพื่อปรุงแต่งวัตถุดิบอื่น ๆ

 

กลุ่มที่ 3 : อาหารแปรรูป

หมายถึงอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งอย่างไม่ซับซ้อน จากการปรุงอาหารกลุ่มที่ 1 ด้วยอาหารจากกลุ่มที่ 2 โดยรวมมักมีส่วนผสมเพียง 2–3 ชนิด และผ่านการทำให้สุก การหมักโดยไม่ใช้แอลกอฮอล์ รวมไปถึงการบรรจุลงขวดหรือกระป๋อง และยังมีการใช้สารเคมีในการถนอมอาหาร ตัวอย่างอาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ ผักดองกระป๋อง ผลไม้ในน้ำเชื่อม ปลากระป๋อง ขนมปังและชีสที่ทำสดใหม่และไม่ผ่านการบรรจุในระดับโรงงาน อาหารเหล่านี้ แม้ว่าบางประเภทจะสามารถบริโภคได้ทันที แต่ก็มักถูกใช้เพื่อประกอบเป็นเมนูอาหารอื่น ๆ เช่นกัน

 

กลุ่มที่ 4 : อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปขั้นสูง (Ultra-Processed Food)

อาหารในกลุ่มนี้ จะมีส่วนประกอบจากกลุ่มที่ 1 เพียงเล็กน้อย และมีการผสมอาหารจากกลุ่มที่ 2 เข้ากับสารเคมีต่าง ๆ อย่างซับซ้อน มักเป็นอาหารที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม มีจุดสังเกตคือ ส่วนประกอบในฉลากจะเยอะมาก และมีหลายวัตถุดิบที่ไม่คุ้นตา และไม่ถูกใช้ในการปรุงรสโดยทั่วไปเหมือนอาหารกลุ่มที่ 2

ผลลัพธ์ของอาหารประเภทนี้คือมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน และสามารถสร้างสรรค์รสชาติให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ผลิตได้ง่าย รวมไปถึงมีการใส่สารเพื่อความสวยงาม และความแตกต่างของเนื้อสัมผัส มักมาในรูปแบบของอาหารพร้อมทานทั้งอาหารแช่แข็งและอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยวและขนมหวานบรรจุห่อ น้ำอัดลม รวมไปถึงอาหารเช้าซีเรียล นมผงและอาหารเสริมแบบชง

 

แล้ว “Non-ultra Processed Food” คืออะไร?


ดังนั้น Non-ultra processed food จึงหมายถึงอาหารในกลุ่มที่ 1–3 นั่นเอง

แม้ว่าอาหารแปรรูปขั้นสูงจะมีความสะดวก และในบางครั้งอาหารพร้อมทานก็ให้สารอาหารครบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีสารอาหารที่ไม่จำเป็นต้องรับประทานอยู่ด้วย นอกจากจะทำให้ได้ปริมาณอาหารธรรมชาติน้อยแล้ว ในหลายครั้ง ผู้บริโภคก็ได้รับสารอาหารประเภทไขมัน โซเดียม และน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs เช่น เบาหวาน ไขมันอุดตัน และความดันโลหิตสูง

 

ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ Ultra-Processed Food

ในปัจจุบัน คำว่า ultra processed food ถูกเผยแพร่ไปตามสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะบนโลกอินเทอร์เน็ต และอาจถูกนิยามอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นอาหารที่มีส่วนผสมมากกว่า 5 อย่าง ซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงในเรื่องของความคลุมเครือ เนื่องจากอาจรวมถึงเมนูอาหารทำสดทั่วไปตามครัวเรือนที่ใช้ส่วนผสมหลากหลายชนิดปรุงเป็นอาหารหนึ่งอย่างเช่นกัน

นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดการโจมตีเกินจำเป็นต่ออาหารหลายชนิดในอุตสาหกรรม การใช้เกลือและน้ำตาลในการถนอมอาหาร และการใช้สารเคมีบางประเภทก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการบริโภค

ในทางกลับกัน อาหารที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูปขั้นสูง หากบริโภคในปริมาณที่สารอาหารไม่สมดุล หรือผลิตโดยไม่ถูกหลักอนามัย ก็ย่อมเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน

 

แนวทางเริ่มต้นสู่การบริโภคแบบ Non-ultra Processed

หากต้องการบริโภคอาหารในแนวทางของ Non-ultra processed food เพื่อสุขภาพ แทนที่จะตัดอาหารแปรรูปขั้นสูงออกทั้งหมดในคราวเดียว สามารถเริ่มต้นจาก
  • เพิ่มปริมาณอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ให้มากขึ้น
  • คำนึงถึงสัดส่วนอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • เพิ่มการทำอาหารด้วยตัวเองเพื่อควบคุมปริมาณการใช้เครื่องปรุง
  • อ่านส่วนผสมบนฉลากเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อสิ่งที่กระทบต่อสุขภาพน้อยกว่า
โดยทั้งหมดต้องคำนึงถึงปริมาณไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือ และน้ำตาลให้เหมาะสม และได้รับปริมาณโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และเกลือแร่อย่างเพียงพอ

บทความที่เกี่ยวข้อง
Louis Pasteur
ทำความรู้จัก Louis Pasteur (หลุยส์ ปาสเตอร์) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้ได้ชื่อว่าเป็น บิดาแห่งการพาสเจอร์ไรซ์
Ancel Keys
The Scientist Behind the Mediterranean Diet EP.1 ทำความรู้จัก Ancel Keys (แอนเซล คียส์) นักสรีรวิทยา และนักโภชนาการผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ
The Songkran Retreat
The Songkran Retreat : การหยุดพักเพื่อฟื้นฟูจิตใจ และร่างกายในวันปีใหม่ไทย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้