แชร์

Peanut Butter (พีนัทบัตเตอร์)

อัพเดทล่าสุด: 12 มิ.ย. 2025

เนยถั่ว (Peanut Butter) เป็นอาหารเช้าสุดคลาสสิกของชาวอเมริกันที่นิยมทาลงบนขนมปังปิ้งกรอบๆ ทานในตอนเช้า เพื่อเติมพลังงานก่อนไปทำกิจวัตรประจำวัน เนื่องจากเนยถั่วอุดมไปด้วยโปรตีน และไขมันดี ช่วยให้อิ่มท้องนาน สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ Rimping Supermarket จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องราวเบื้องหลังสเปรดแสนอร่อยนี้กันค่ะ

จุดกำเนิดโบราณ: จากชาวแอซเท็กและอินคา สู่ถั่วลิสงในอเมริกาเหนือ

เนยถั่วมีประวัติย้อนกลับไปหลายพันปีก่อนใน อเมริกาใต้ ซึ่งเป็นที่ที่ชนพื้นเมืองปลูกถั่วลิสงกันอย่างแพร่หลาย เรื่องราวเล่าว่า ชาวแอซเท็ก และ ชาวอินคา นำถั่วลิสงคั่วมาบดให้เป็นเนื้อละเอียดผสมกับเครื่องเทศต่างๆ ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนทานคู่กับขนมปังเป็นอาหารหลัก

การนำถั่วลิสงเข้าสู่ ทวีปอเมริกาเหนือ เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1700 ผ่านการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยเหตุนี้เกษตรกรชาวอเมริกันจึงเริ่มเพาะปลูกถั่วลิสงกันอย่างแพร่หลาย โดยในยุคนี้จะนิยมนำมาคั่วหรือทอดในน้ำมัน เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในช่วง สงครามกลางเมือง เนื่องจากถั่วลิสงเป็นอาหารที่ให้พลังงาน และอุดมไปด้วยโปรตีน

การพัฒนาเชิงพาณิชย์และนวัตกรรม (ค.ศ. 1884 - 1922)

ในปี ค.ศ. 1884 กระบวนการพัฒนาถั่วลิสงในเชิงพาณิชย์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ Marcellus Gilmore Edson นักเคมีชาวแคนาดาได้จดทะเบียนสิทธิบัตรสำหรับเทคนิคการคั่วและเปลี่ยนถั่วลิสงให้กลายเป็นถั่วผงบดละเอียดที่มีเนื้อข้นหนืด

อย่างไรก็ตาม เทคนิคของ Marcellus ยังไม่ได้เป็นสูตรของเนยถั่วที่เรารู้จักในปัจจุบัน จนกระทั่งในปี 1895 Dr. John Harvey Kellogg (ผู้คิดค้นซีเรียลแบรนด์ Kellogg) ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตเนยถั่วจากถั่วลิสงดิบ โดยวัตถุประสงค์หลักของเขาในตอนแรกคือเพื่อให้บุคคลที่มีปัญหาทางทันตกรรมได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยไม่ต้องเคี้ยวถั่วลิสงทั้งเมล็ด

ต่อมาในปี ค.ศ. 1896 สื่อชื่อดังอย่าง Good Housekeeping ได้โฆษณาวิธีการทำเนยถั่วทานเองที่บ้าน โดยใช้เครื่องบดเนื้อ และแนะนำให้ผู้คนทานคู่กับขนมปังในตอนเช้า แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ยังไม่ได้ทำให้เนยถั่วมีเนื้อเนียนละเอียดสม่ำเสมอ

ในปี 1903 Joseph Lambert พนักงานที่ทำงานให้กับ Kellogg ได้คิดค้นเครื่องจักรในการคั่วและบดถั่วลิสงขนาดใหญ่ขึ้นมา หลังจากนั้นเขาก็ลาออกจากบริษัทเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในชื่อ Lambert Food Company เพื่อขายเครื่องจักรนี้ จากนั้นเป็นต้นมาจึงมีธุรกิจเนยถั่วเกิดขึ้นมากมายในสหรัฐอเมริกา

ในปี 1922 Joseph L. Rosefield นักเคมีและนักธุรกิจจากแคลิฟอร์เนีย ได้คิดค้นวิธีทำให้เนยถั่วเหลวขึ้นด้วยการเติมน้ำมันพืชเข้าไป ทำให้ได้ความสม่ำเสมอที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น เรียกว่าเนยถั่ว ชนิดไม่แยกชั้น จนได้มาเป็นเนยถั่วที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน จากนั้นเขาก็พัฒนาผลิตภัณฑ์จากถั่วในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเนยถั่วไขมันต่ำ เพื่อตอบสนองรสนิยมที่หลากหลาย

ความนิยมทั่วโลกและหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน

ตลอด ศตวรรษที่ 20 ความนิยมของเนยถั่วยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากการปันส่วนเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนมในช่วง สงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นเนยถั่วจึงกลายเป็นทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และราคาไม่แพง สามารถเข้าถึงได้ง่ายในครัวเรือนของชาวอเมริกัน

ปัจจุบันเนยถั่วได้รับความนิยมไปทั่วโลก ได้รับการพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น เนยถั่วอบน้ำผึ้ง และเนยถั่วผสมช็อกโกแลต ซึ่งถูกนำไปใช้ในอาหารแปรรูปมากมาย เช่น ลูกอมช็อกโกแลต ไอศกรีม สแน็กบาร์ และคุกกี้

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Strawberry Whipped Cream (สตรอว์เบอร์รีวิปครีม)
ย้อนรอยประวัติ “Strawberry Whipped Cream” (สตรอว์เบอร์รีวิปครีม) จากของหวานเรียบง่ายในยุโรป สู่สัญลักษณ์แห่งความหอมหวานในวัฒนธรรมร่วมสมัย
Strawberry Granita (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า)
ทำความรู้จัก “Strawberry Granita” (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า) ของหวานแช่แข็งสไตล์อิตาเลียนที่มีลักษณะเป็น “เกล็ดน้ำแข็งรสผลไม้”
Strawberry Salsa (สตรอว์เบอร์รีซัลซา)
ทำความรู้จัก “Strawberry Salsa” (สตรอว์เบอร์รีซัลซา) ซัลซาสไตล์ฟิวชันที่ดัดแปลงมาจากซัลซามะเขือเทศแบบดั้งเดิมของเม็กซิกัน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ