แชร์

Yorkshire Pudding (ยอร์กเชียร์พุดดิ้ง)

อัพเดทล่าสุด: 25 มิ.ย. 2025

อังกฤษเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่เพียงแค่ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักเดินทางจากทั่วโลก แต่ อาหารอังกฤษแบบดั้งเดิม อย่าง Yorkshire Pudding (ยอร์กเชียร์พุดดิ้ง) ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนมาเยือนเมืองผู้ดีแห่งนี้ ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่เข้ากันได้ดีกับเมนูเนื้อต่างๆ วันนี้ Rimping Supermarket จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเรื่องราวความเป็นมาของขนมปังพุดดิ้งแสนอร่อยนี้กันค่ะ

กำเนิด Yorkshire Pudding: จาก Dripping Pudding ในศตวรรษที่ 18

Yorkshire Pudding มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปใน ศตวรรษที่ 18 ในเมือง ยอร์ก (York) ทางตอนเหนือของอังกฤษ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อย่างและอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญ เชื่อกันว่าในช่วงเวลาที่แป้งสาลีเริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการทำเค้กและพุดดิ้ง พ่อครัวชาวอังกฤษตอนเหนือได้ทดลองนำ น้ำเกรวี่ (gravy) หรือไขมันที่เหลือจากการย่างเนื้อ (เรียกว่า "drippings") มาผสมลงไปในแป้งที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงนำไปอบให้เป็นพุดดิ้งสำหรับทานคู่กับเนื้อย่างที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ

ในตอนแรก พุดดิ้งรูปแบบนี้ยังไม่มีชื่อเรียกที่เป็นทางการว่า Yorkshire Pudding แต่จะถูกเรียกว่า Dripping Pudding ซึ่งสื่อถึงการใช้ไขมันที่หยดลงมาจากเนื้อย่าง หรือ Pan Pudding ซึ่งหมายถึงการอบในกระทะโลหะ เหตุผลที่พวกเขาคิดค้นเมนูนี้ขึ้นมาก็เพื่อใช้ประโยชน์จากไขมันเนื้อที่เหลือจากการย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเป็นวิธีการอิ่มท้องในราคาประหยัดสำหรับครอบครัวอีกด้วย

การเปลี่ยนชื่อและก้าวสู่ความนิยม: ตำราอาหารของ Hannah Glasse

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 Yorkshire Pudding เริ่มเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีสูตรปรากฏอยู่ในตำราอาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งในยุคนั้น นั่นคือ The Art of Cookery made Plain and Easy ของ Hannah Glasse ที่ตีพิมพ์ในปี 1747 แต่ชื่อที่ปรากฏในตำรานี้คือ Yorkshire Pudding ซึ่งอาจเป็นเพราะชื่อเมืองยอร์กเชียร์ที่เป็นแหล่งกำเนิดของพุดดิ้งรูปแบบนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อของพุดดิ้งจึงถูกเปลี่ยนมาเป็น Yorkshire Pudding ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

เมื่อเวลาผ่านไป Yorkshire Pudding ก็แพร่กระจายความนิยมไปทั่วอังกฤษ จนกลายเป็นหนึ่งในเมนูอาหารคลาสสิกและเป็นส่วนสำคัญของ อาหารประจำวันอาทิตย์ (Sunday Roast) ของชาวอังกฤษ ที่มักจะทานกันเป็นมื้อเที่ยงหลังกลับจากโบสถ์ การรับประทาน Sunday Roast ที่ประกอบด้วยเนื้อย่าง มันฝรั่งอบ และ Yorkshire Pudding กลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ลักษณะและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ลักษณะที่โดดเด่นของ Yorkshire Pudding คือ เนื้อพุดดิ้งจะมีสีเหลืองทองสวยงาม มีผิวสัมผัสที่ กรอบนอกนุ่มใน ภายในมีโพรงอากาศขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากไอน้ำร้อนขณะอบ รสชาติของ Yorkshire Pudding จะออกหวานมันเล็กน้อย มีกลิ่นหอมของไข่ และนม ผสมผสานกับกลิ่นหอมของไขมันเนื้อที่ใช้ในการอบได้อย่างลงตัว นิยมทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย โดยจิ้มกับน้ำเกรวี่หอมหัวใหญ่ หรือน้ำเกรวี่ที่ทำจากน้ำที่ได้จากการย่างเนื้อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมให้กับเมนูนี้เป็นอย่างมาก

ความหลากหลายของ Yorkshire Pudding ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากรูปแบบดั้งเดิมที่นิยมเสิร์ฟคู่กับเนื้อย่างแล้ว Yorkshire Pudding ยังได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบอื่นๆ อีกมากมายตามความสร้างสรรค์ของเชฟและคนรักอาหาร เช่น:

  • Mini Yorkshire Puddings หรือที่เรียกกันติดปากว่า Yorkshire Puds: เป็นพุดดิ้งขนาดเล็กพอดีคำ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นของว่าง หรือเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเรียกน้ำย่อยแบบคานาเป้ (canapés)
  • Toad-in-the-hole: เป็นเมนูอาหารคลาสสิกอีกจานหนึ่งของอังกฤษที่นำไส้กรอกไปอบในส่วนผสมของ Yorkshire Pudding ซึ่งเป็นเมนูที่อิ่มอร่อยและทำง่าย

    ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน Yorkshire Pudding ยังคงหยั่งรากลึกในประเพณีการทำอาหารของอังกฤษ โดยมีการจัดตั้งประเพณีที่เรียกว่า British Yorkshire Pudding Day ซึ่งจะเฉลิมฉลองกันในวันอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อเป็นการยกย่องและส่งเสริมความสำคัญของขนมปังพุดดิ้งอันเป็นเอกลักษณ์นี้

    ปัจจุบัน อิทธิพลของ Yorkshire Pudding ได้ก้าวข้ามพรมแดน และแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความเข้ากันได้ดีกับเมนูเนื้อ ทำให้เป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น ใน สหรัฐอเมริกา มักจะเสิร์ฟ Yorkshire Pudding ในงานเฉลิมฉลองวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ขณะที่ใน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็นิยมทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารค่ำคู่กับเนื้อย่างเช่นกัน
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Strawberry Whipped Cream (สตรอว์เบอร์รีวิปครีม)
ย้อนรอยประวัติ “Strawberry Whipped Cream” (สตรอว์เบอร์รีวิปครีม) จากของหวานเรียบง่ายในยุโรป สู่สัญลักษณ์แห่งความหอมหวานในวัฒนธรรมร่วมสมัย
Strawberry Granita (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า)
ทำความรู้จัก “Strawberry Granita” (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า) ของหวานแช่แข็งสไตล์อิตาเลียนที่มีลักษณะเป็น “เกล็ดน้ำแข็งรสผลไม้”
Strawberry Salsa (สตรอว์เบอร์รีซัลซา)
ทำความรู้จัก “Strawberry Salsa” (สตรอว์เบอร์รีซัลซา) ซัลซาสไตล์ฟิวชันที่ดัดแปลงมาจากซัลซามะเขือเทศแบบดั้งเดิมของเม็กซิกัน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ