แชร์

Rutabaga (รูตาบากา)

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025

Rutabaga (รูตาบากา) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวีด (Swede) เป็นผักรากที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากการผสมเกสรข้ามสายพันธุ์โดยบังเอิญระหว่างหัวผักกาดและกะหล่ำปลี ถูกค้นพบในป่าแถบสแกนดิเนเวีย เมื่อปี ค.ศ. 1600 ซึ่งได้รับการบันทึกครั้งแรกโดย Gaspard Bauhin นักพฤกษศาสตร์ชาวสวิส จากนั้นเขาจึงตั้งชื่อสายพันธุ์ผักรากชนิดนี้ว่า Brassica napobrassica แต่สำหรับชาวสวีเดนทั่วไปมักจะเรียกผักรากชนิดนี้ว่า Rotabagge ซึ่งแปลว่า ถุงราก ก่อนจะถูกเรียกว่า Rutabaga ในภายหลัง

เส้นทางการเดินทาง: จากอาหารสัตว์สู่ขบวนการโยนรูตาบากา

ในศตวรรษที่ 17 Rutabaga ถูกนำเข้าไปในสกอตแลนด์ และจากนั้นไม่นานก็ได้แพร่หลายไปทั่วสหราชอาณาจักร ในตอนแรกนิยมปลูก เพื่อเป็นอาหารสัตว์ แต่ในไม่ช้าก็เริ่มได้รับความนิยมในการทำอาหาร โดยในทวีปอเมริกาเริ่มรู้จัก Rutabaga ในช่วงเปลี่ยนศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถึงขั้นจัดการแข่งขันโยน Rutabaga เพื่อคลายหนาวกันเลยทีเดียว

กิจกรรมที่ว่านี้มีชื่อว่า International Rutabaga Curling Championship เป็นการแข่งขันกีฬาประเภทหนึ่งที่ต้องใช้ Rutabaga เป็นอุปกรณ์ในการแข่งขัน ลักษณะจะคล้าย ๆ กับกีฬาเปตอง แต่กิจกรรมนี้น่าจะเป็นแนวกีฬาพื้นบ้านที่จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนธันวาคมของทุกปีที่ตลาด Ithaca Farmers ซึ่งเป็นตลาดของเกษตรกรในนิวยอร์ก กิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1998 โดยผู้เข้าร่วมจะต้องใช้เพียง Rutabagas เท่านั้นในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่ามีการแข่งกีฬานี้อย่างลับ ๆ อยู่สองปีในปี 1996 และ 1997 โดยพ่อค้าแม่ค้าจะฉลองการสิ้นสุดของฤดูกาลด้วยการขว้างสินค้าแช่แข็งที่ใกล้จะเน่าเสียลงบนพื้นตลาด โยนทุกอย่างตั้งแต่มันฝรั่ง ซินนามอนโรล กะหล่ำปลี ไปจนถึงไก่แช่แข็ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กฎก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยคณะกรรมการ ผู้ตัดสินได้แนะนำให้ใช้ Rutabaga แทน เพราะมีลักษณะกลมคล้ายกับลูกบอล สามารถใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันได้ อันเนื่องมาจาก Rutabaga เองก็เป็นผักที่มีมากจนล้นตลาด

บทบาทสำคัญในยามสงครามและลักษณะเฉพาะตัว

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 Rutabaga เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งถูกนำมาใช้แทนมันฝรั่งในหลายประเทศในยุโรป เนื่องจากในเวลานั้นมันฝรั่งกลายเป็นพืชที่ขาดแคลนและมีราคาสูง

Rutabaga จะมีความคล้ายกับหัวผักกาดแต่มีขนาดใหญ่กว่าและมีเนื้อด้านในเป็นสีเหลืองซีด ซึ่งตรงกันข้ามกับหัวผักกาดที่เนื้อด้านในเป็นสีขาว ส่วนผิวด้านนอกจะมีสีม่วงอมครีม เนื้อด้านในกรอบฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมขมเล็กน้อย กลิ่นหอมละมุน เมื่อนำมาต้มแล้วจะคล้ายกับมันฝรั่ง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งผัด นึ่ง ทอด บด ต้ม สามารถทานได้ทั้งแบบปรุงสุกและแบบดิบ

เมนูยอดนิยมและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

  • ในฟินแลนด์มีเมนูที่ทำจาก Rutabaga ที่ได้รับความนิยมหลากหลาย เช่น lanttulaatikko, Karelian hot pot และ Salad Rutabaga
  • ในสแกนดิเนเวีย นิยมนำ Rutabaga มาบดรวมมันฝรั่งและแครอท ปรุงรสด้วยเนย น้ำสต๊อก นมและครีม เรียกว่า Rotmos หรือ kålrabistappe ในภาษานอร์เวย์
  • ชาวเนเธอร์แลนด์นิยมนำมาต้มและบดทำเป็น Stamppot ทานคู่กับไส้กรอกรมควัน ส่วนอังกฤษจะนิยมนำไปเป็นส่วนผสมในเมนูที่มีชื่อว่า Cornish Pasty

นอกเหนือจากการใช้ทำอาหารแล้วในแง่ของคุณสมบัติทางโภชนาการ Rutabagas อุดมไปด้วยเกลือแร่ โพแทสเซียม แคลเซียม และไอโอดีน มีแคลอรีต่ำช่วยป้องกันโรคอ้วน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระที่สามารถทำลายเซลล์ได้

โดยในทุก ๆ เดือนร่างกายของผู้หญิงจะสูญเสียธาตุเหล็กจำนวนมากจากการเป็นประจำเดือน ซึ่งทำให้ระดับฮอร์โมนฮีโมโกลบินลดลง แต่ Rutabaga มีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนฮีโมโกลบินให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนแรงและลดการปวดท้องประจำเดือนได้

บทความที่เกี่ยวข้อง
Turrón (ตูร์รอน)
ทำความรู้จัก Turrón (ตูร์รอน) ขนมนูกัตดั้งเดิมของสเปน
Green Bean Casserole (กรีนบีนแคสเซอโรล)
ทำความรู้จัก Green Bean Casserole เมนูเรียบง่ายที่กลายเป็นสัญลักษณ์ Thanksgiving
Sugar Cookies (ชูการ์คุกกี้)
ทำความรู้จัก Sugar Cookies (ชูการ์คุกกี้) ขนมหวานที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา ยุโรป จนถึงเอเชีย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ