แชร์

Bangers and Mash (แบงเกอร์ส แอนด์ แมช)

Bangers and Mash (แบงเกอร์ส แอนด์ แมช) หรือไส้กรอก และมันฝรั่งบด เป็นอาหารที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอังกฤษได้เป็นอย่างดี อาหารเมนูนี้ค่อนข้างเรียบง่าย แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และได้รับความนิยมมานานหลายศตวรรษ

จุดเริ่มต้นจากการเข้ามาของชาวโรมัน

เรื่องราวของ Bangers and Mash เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวโรมันนำไส้กรอกมาแนะนำในหมู่เกาะบริติชในศตวรรษที่ 4 ระหว่างการยึดครองดินแดนแห่งนี้ ภายหลังการทำไส้กรอกจึงแพร่กระจายไปทั่วเกาะบริติช รวมถึงอังกฤษด้วย

การพัฒนาไส้กรอกอังกฤษให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ

ในยุคแรกเริ่ม ไส้กรอกของอังกฤษจะมีลักษณะเป็นเส้นยาวคล้ายกับไส้กรอกอิตาเลียน จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ทรงขอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ไส้กรอกอังกฤษจึงได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบที่แตกต่างจากต้นแบบของโรมัน และพัฒนามาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง

ที่มาของชื่อ Bangers

คำว่า Bangers เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก ไส้กรอก ซึ่งคำนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีความเชื่อมโยงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ว่ากันว่าชื่อ Bangers มาจากลักษณะของไส้กรอกที่ในสมัยนั้นมักถูกผลิตด้วยเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพต่ำ และมีส่วนผสมของน้ำ หรือของเหลวเยอะมาก ทำให้เมื่อนำไปทอด หรือย่างบนกระทะ ไส้กรอกเหล่านั้นจะระเบิดออกมาเป็นเสียงดังเหมือนกับเสียงระเบิด จึงถูกเรียกว่า Bangers ซึ่งก็หมายถึงเสียงดังที่เกิดขึ้นนั่นเอง

การเดินทางของมันฝรั่งสู่ยุโรปและอังกฤษ

มันฝรั่งมีถิ่นจากทวีปอเมริกาใต้ และถูกนำเข้ามายังทวีปยุโรปครั้งแรกประมาณปี ค.ศ. 1570 โดยนักสำรวจชาวสเปน จากนั้นในช่วงศตวรรษที่ 19 มันฝรั่งก็ได้รับการส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายในอังกฤษ และได้รับความนิยมอย่างมากในเวลาต่อมา โดยเฉพาะในแถบชนบททางภาคเหนือ

สูตรแรกเริ่มในศตวรรษที่ 18

ในอังกฤษเมนู Bangers and Mash เริ่มปรากฏครั้งแรกในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีสูตรปรากฏในหนังสือ The Art of Cookery ของ Hannah Glasse ในปี ค.ศ. 1747 โดยสูตรนั้นประกอบด้วยไส้กรอกทอด และมันฝรั่งบดที่ปรุงรสด้วยเนย นม หรือครีม และเกลือเล็กน้อย

Bangers and Mash ในช่วงสงครามโลก

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Bangers and Mash เนื่องจากในยุคนั้นเกิดภาวะอาหารขาดแคลน และมีการปันส่วน ทำให้ Bangers and Mash กลายเป็นอาหารที่แพร่หลายในหมู่ชาวอังกฤษ เพราะเป็นเมนูที่มีราคาถูก อิ่มท้อง และทำได้ง่าย

การปรับเปลี่ยนสูตรไส้กรอกในยุคสงคราม

อย่างไรก็ตามเนื่องจากในยุคนั้นการจัดหาเนื้อสัตว์เป็นเรื่องยากลำบาก ชาวอังกฤษจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตไส้กรอก โดยนำส่วนผสมอื่นที่ราคาถูก และหาง่าย เช่น ขนมปังกรอบ หรือเกล็ดขนมปัง มาผสมกับเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มปริมาณไส้กรอกแต่ยังคงมีรสชาติที่ดี วิธีการนี้ไม่เพียงทำให้ไส้กรอกมีราคาถูกลง แต่ยังสร้างลักษณะเฉพาะที่ทำให้เกิดชื่อเรียก Bangers ขึ้นด้วย

Bangers and Mash หลังสงครามโลก

หลังสงครามโลก Bangers and Mash ไม่ได้หายไปจากโต๊ะอาหารของชาวอังกฤษ แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่าย และความอบอุ่น อาหารเมนูนี้เริ่มปรากฏในผับทั่วสหราชอาณาจักร และกลายเป็นหนึ่งใน Comfort Food ที่สำคัญของวัฒนธรรมอังกฤษ

ความนิยมในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

Bangers and Mash เป็นอาหารที่ทำได้ง่าย และใช้วัตถุดิบที่หาได้ไม่ยาก จึงเหมาะกับวิถีชีวิตของคนทำงานในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม นอกจากนี้ราคาที่ไม่แพงยังทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวชนชั้นแรงงานทั่วอังกฤษด้วย

ความทันสมัยและการปรับปรุงในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Bangers and Mash ยังคงเป็นอาหารยอดนิยมในสหราชอาณาจักร โดยมีการพัฒนา และปรับปรุงให้ทันสมัย ไส้กรอกในปัจจุบันมีคุณภาพดีกว่าในอดีต มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น และมีรสชาติหลากหลายมากขึ้น ส่วนมันฝรั่งบดก็มีการใช้มันฝรั่งคุณภาพดีขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่หลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และความเรียบง่ายของสูตรดั้งเดิมไว้

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Nagashi Somen
ทำความรู้จัก Nagashi Somen (นากาชิโซเม็ง) วัฒนธรรมการรับประทานอาหารดับร้อนที่มีความสนุกสนาน
Flexitarianism
ทำความรู้จัก Flexitarianism (เฟลกซิทาเรียนนิสซึม) อีกหนึ่งทางเลือกของการบริโภค
Sourdough
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Sourdough (ซาวโดว์) จากแบรนด์ OVEN.
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ