แชร์

Sugar Cookies (ชูการ์คุกกี้)

อัพเดทล่าสุด: 1 ธ.ค. 2025
Sugar Cookies (ชูการ์คุกกี้) คือคุกกี้ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทำจากส่วนผสมหลักที่เรียบง่าย ได้แก่ น้ำตาล แป้ง เนย และไข่ มีรสชาติหวาน มัน และหอมกลิ่นวานิลลา คุกกี้ชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมารีด และตัดด้วยพิมพ์เป็นรูปทรงต่าง ๆ เพื่อตกแต่งในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น เทศกาลคริสต์มาส

จุดเริ่มต้นของคุกกี้และประวัติยุคแรกเริ่มของขนมอบ

คุกกี้เป็นขนมที่มีประวัติย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 7 หลังจากเริ่มมีการเพาะปลูกอ้อย เพื่อผลิตน้ำตาลในเชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคแรกเริ่มคุกกี้เกิดขึ้นจากการทดสอบอุณหภูมิของเตาอบ โดยช่างทำขนมจะนำแป้งเค้กปริมาณเล็กน้อยไปอบก่อน เพื่อตรวจสอบความร้อนของเตาอบให้เหมาะสม ต่อมาพวกเขาได้พัฒนา แป้งเค้กทดสอบ เหล่านี้ให้กลายเป็นขนมประเภทหนึ่งที่แยกออกมาจากเค้กจนกลายมาเป็นคุกกี้

Jumbles: ต้นแบบสำคัญก่อนพัฒนาเป็น Sugar Cookies

หนึ่งในขนมยุคแรกที่มีความใกล้เคียงกับ Sugar Cookies สมัยใหม่มากที่สุด คือ Jumbles (จัมเบิลส์) ขนมชนิดนี้ทำจากถั่ว แป้ง ไข่ น้ำตาล วานิลลา และเครื่องเทศ เช่น โป๊ยกั๊ก หรือเมล็ดคาราเวย์ Jumbles ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 1718 อย่างไรก็ตามรสชาติของ Jumbles จะมีความเผ็ดร้อนมากกว่ารสหวาน อีกทั้งยังนิยมปั้นเป็นรูปห่วง หรือรูปปมก่อนนำไปอบจนกรอบ ทำให้มีลักษณะคล้าย Bagel หรือ Pretzel มากกว่าคุกกี้ในปัจจุบัน

ความเปลี่ยนแปลงของคุกกี้ในยุคกลางและช่วงศตวรรษที่ 16

ในยุคกลางน้ำตาลเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่หายาก ทำให้คุกกี้ส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นมีรสชาติไม่หวาน และถูกทำขึ้น เพื่อการบริโภคพื้นฐานมากกว่าจะใช้ในงานเฉลิมฉลอง อย่างไรก็ตามคุกกี้เริ่มมีรูปแบบที่หวาน และใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เมื่อช่างทำขนมชาวเยอรมันได้พัฒนาคุกกี้ที่คล้ายกับขนมปังขิงขึ้นมา โดยใช้น้ำตาล และเครื่องเทศที่ได้จากเส้นทางการค้าที่เฟื่องฟูในยุโรป

คุกกี้เดินทางสู่ทวีปอเมริกา: Koekje ของชาวดัตช์

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ชาวดัตช์ได้นำคุกกี้เข้าสู่ทวีปอเมริกา โดยเรียกขนมชนิดนี้ว่า Koekje ซึ่งแปลว่า เค้กชิ้นเล็ก

การแพร่หลายของคุกกี้ในศตวรรษที่ 1718 และกำเนิด Sugar Cookies

ในช่วงศตวรรษที่ 17 การผลิตน้ำตาลเริ่มขยายตัวอย่างกว้างขวางในยุโรป และสหรัฐอเมริกาทำให้น้ำตาลกลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ประชาชนทั่วไปสามารถทำขนมหวานด้วยน้ำตาลได้เองที่บ้าน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสูตรคุกกี้ที่หลากหลาย รวมถึงการเกิดขึ้นของ Sugar Cookies

ชาวเยอรมันโปรเตสแตนต์และต้นแบบ Sugar Cookies แบบอเมริกัน

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ชาวเยอรมันโปรเตสแตนต์ที่ตั้งถิ่นฐานในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สร้างสรรค์คุกกี้ชนิดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งถือเป็นต้นแบบของ Sugar Cookies แบบอเมริกัน คุกกี้นี้ประกอบด้วยแป้ง เนย น้ำตาล ไข่ และสารฟูที่เรียกว่า Pearl Ash (สารฟูโบราณ) ซึ่งเป็นสารประกอบด่างที่ช่วยให้คุกกี้ขึ้นฟูได้โดยไม่ต้องใช้ยีสต์หรือการตีอากาศเข้าไปในแป้ง การค้นพบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ปูทางไปสู่การพัฒนาคุกกี้สมัยใหม่ในเวลาต่อมา

เนื้อสัมผัสและลักษณะคุกกี้ต้นแบบในเพนซิลเวเนีย

คุกกี้รูปแบบนี้มีส่วนผสมที่เกือบจะเหมือนกับ Sugar Cookies ในปัจจุบัน มีเนื้อสัมผัสที่ร่วน และมีรูปทรงกลม หรือรูป Keystone ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐเพนซิลเวเนีย แต่ความแตกต่างคือในยุคนั้นยังไม่มีการใช้วานิลลาสกัดอย่างแพร่หลาย

American Cookery (1796): จุดเปลี่ยนสำคัญของ Sugar Cookies

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Sugar Cookies เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1796 เมื่อ Amelia Simmons ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ American Cookery ในเมืองฮาร์ตฟอร์ด รัฐคอนเนทิคัต โดยหนังสือเล่มนี้มีสูตร Sugar Cookies ปรากฏอยู่

ความสำคัญของหนังสือ American Cookery ต่อวัฒนธรรมอาหารอเมริกัน

หนังสือ American Cookery มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมอาหารอเมริกัน เพราะเป็นหนังสือเล่มแรกที่ใช้คำศัพท์ และวัตถุดิบแบบอเมริกันแท้ เช่น การใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสมหลัก การเปลี่ยนคำว่า Treacle เป็น Molasses และที่สำคัญที่สุดคือการใช้คำว่า Cookie แทนคำว่า Biscuit หรือ Small Cakes ซึ่งเป็นศัพท์ที่ชาวอังกฤษนิยมใช้ในขณะนั้น

สูตร Sugar Cookies ดั้งเดิมใน American Cookery

สูตร Sugar Cookies ในหนังสือของ Amelia Simmons ใช้ชื่อว่า Another Christmas Cookey ซึ่งถือเป็นการใช้คำว่า Cookie ในสิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก สูตรดังกล่าวเริ่มต้นด้วยคำสั่งที่อาจดูแปลกสำหรับผู้อ่านในยุคปัจจุบัน คือ Skim the scum from off the sugar หรือ ขจัดฟองที่ลอยอยู่บนผิวน้ำตาล เนื่องจากในสมัยนั้นน้ำตาลมักมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่ ทำให้ต้องต้ม เพื่อให้สิ่งเจือปนลอยขึ้นมา และตักออกก่อนนำไปใช้

ส่วนผสมดั้งเดิมของสูตร Sugar Cookies (1796)

สูตร Sugar Cookies ของ Amelia Simmons ประกอบด้วยส่วนผสมดังนี้
  • แป้ง 1.3 กิโลกรัม
  • น้ำตาล 680.39 กรัม
  • เนย 113 กรัม
  • Pearl Ash (สารฟูโบราณ) 1 ช้อนชา ละลายในนม
  • เครื่องเทศผงโคเรียนเดอร์

วิธีทำและเคล็ดลับการเก็บรักษาจากตำราเก่า

สูตรระบุให้รีดแป้งให้มีความหนา 3/4 นิ้ว ตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ และอบด้วยไฟอ่อนเป็นเวลา 1520 นาที นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำที่น่าสนใจว่าคุกกี้เหล่านี้ แม้จะมีเนื้อสัมผัสแข็ง และแห้งในตอนแรก แต่หากเก็บไว้ในหม้อดิน หรือเก็บในที่แห้งที่มีความชื้นเล็กน้อยจะนุ่ม และมีรสชาติดียิ่งขึ้น เมื่อเก็บไว้นานถึง 6 เดือน

ความนิยมของตำรา American Cookery

หนังสือ American Cookery ได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการตีพิมพ์ซ้ำต่อเนื่องยาวนานกว่า 35 ปี โดยมีการตีพิมพ์อย่างน้อย 13 ฉบับระหว่างปี ค.ศ. 1796 ถึง 1831

ที่มาของชื่อ Sugar Cookies และการแยกประเภทจากคุกกี้ชนิดอื่น

คำว่า Sugar Cookies ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อแยกความแตกต่างจากคุกกี้ชนิดอื่นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น คุกกี้เนยถั่ว และคุกกี้ข้าวโอ๊ต ซึ่งมีรสชาติเด่นจากวัตถุดิบหลัก โดย Sugar Cookies จึงมีจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่าย และความหวานจากน้ำตาลเป็นหลัก

Sugar Cookies กับเทศกาลคริสต์มาสในปลายศตวรรษที่ 19

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Sugar Cookies ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของเทศกาลคริสต์มาส โดยผู้คนมักเดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนบ้าน พร้อมนำของขวัญเรียบง่ายไปมอบให้ ซึ่ง Sugar Cookies กลายเป็นของขวัญที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ผู้คนจะทำคุกกี้จำนวนมากเพื่อเก็บไว้มอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล รวมถึงใช้เพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือนบ้านด้วย

Sugar Cookies ในฐานะของประดับต้นคริสต์มาส

นอกจากนี้ Sugar Cookies ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับต้นคริสต์มาส โดยการตัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ และแขวนประดับบนต้นไม้ ด้วยคุณสมบัติเด่นในด้าน ความทนทาน การเก็บรักษาง่าย และ ต้นทุนการทำที่ไม่สูง ทำให้ Sugar Cookies เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการตกแต่ง และการใช้เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ความนิยมของ Sugar Cookies ในยุคปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบัน Sugar Cookies ยังคงเป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบขนมโฮมเมด และที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีการพัฒนาสูตร และรูปแบบอย่างหลากหลาย ทั้งการเพิ่มรสชาติใหม่ ๆ เช่น ช็อกโกแลต หรือผลไม้แห้ง รวมถึงการใช้แม่พิมพ์รูปทรงต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และตอบโจทย์เทศกาลต่าง ๆ นอกเหนือจากเทศกาลคริสต์มาส
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Strawberry Granita (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า)
ทำความรู้จัก “Strawberry Granita” (สตอเบอร์รี่ กรานิต้า) ของหวานแช่แข็งสไตล์อิตาเลียนที่มีลักษณะเป็น “เกล็ดน้ำแข็งรสผลไม้”
Strawberry Salsa (สตรอว์เบอร์รีซัลซา)
ทำความรู้จัก “Strawberry Salsa” (สตรอว์เบอร์รีซัลซา) ซัลซาสไตล์ฟิวชันที่ดัดแปลงมาจากซัลซามะเขือเทศแบบดั้งเดิมของเม็กซิกัน
Dried Trumpet Mushroom (เห็ดแตรดำแห้ง)
ทำความรู้จัก “Dried Trumpet Mushroom” และแนวทางการนำไปปรุงอาหาร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ