แชร์

Shungiku (ชุนกิคุ)

อัพเดทล่าสุด: 24 มี.ค. 2026

ความหมายและลักษณะของ Shungiku

“Shungiku” (ชุนกิคุ) หรือ ตั้งโอ๋ญี่ปุ่น เป็นผักชนิดหนึ่งที่มาจากตระกูลเบญจมาศ เช่นเดียวกับเก๊กฮวย โดยชื่อ Shungiku (春菊) นั้นเป็นชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่น ที่มีความหมายตรงตัวว่า “Spring chrysanthemum” สื่อถึงการที่ดอกจากพืชชนิดนี้อย่าง “Crown daisy” จะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิต ต่างจากเบญจมาศชนิดอื่นที่มักออกดอกในฤดูใบไม้ร่วง เป็นผักที่ได้รับความสำคัญเป็นอย่างมากในวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น

 

การแพร่กระจายและชื่อเรียกในแต่ละประเทศ

แม้ว่า Shungiku จะแพร่หลายในบรรดาประเทศบริเวณเอเชียตะวันออก และมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันตามแต่ละประเทศ เช่น Ssukgat (ซุกกัต) ในภาษาเกาหลี, tóng hāo cài (ถงเฮาไช่) ในภาษาจีนกลาง หรือในภาษาเวียดนามอย่าง cải cúc หรือ tần ô (ที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อตั้งโอ๋) แต่แท้จริงแล้วพืชชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากแถบเมดิเตอเรเนียนในทวีปยุโรป โดยในอดีต ผู้คนในแถบนี้จะนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกสีขาว เกสรสีเหลืองที่สวยงาม

 

ประวัติการเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น

จากหลักฐานบันทึกในศตวรรษที่ 15 มีการคาดการว่า Shungiku ถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในยุคมุรามาจิ (ระหว่างค.ศ. 1336-1573) จากการค้าขายกับประเทศจีน และเริ่มมีการเพาะปลูกเพื่อบริโภคอย่างแพร่หลายเมื่อเข้าสู่ยุคเอโดะ (ระหว่างค.ศ. 1603-1868) นอกจากนี้ ดอก Crown daisy ยังกลายมาเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนยาวและความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ญี่ปุ่น และยังปรากฏดอกไม้ชนิดนี้บนตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์อีกด้วย

 

แหล่งปลูกและสภาพอากาศที่เหมาะสม

Shungiku สามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศเย็น อุณหภูมิตั้งแต่ 10 - 18 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วสามารถปลูกที่ทุกพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษในบางพื้นที่ ได้แก่ แถบคันไซ (ตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น) ที่จะให้ใบที่อ่อนนุ่ม, จังหวัดฮิโรชิมะและโอคายามะที่มีการปลูกในอุโมงค์พลาสติกเพื่อขยายระยะเวลาออกผลผลิต, จังหวัดฟุกุโอกะที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายในฟาร์มขนาดเล็กตามครัวเรือน และแถบคันโต (แถบตะวันออก) ที่มีผลผลิตจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว

 

ลักษณะทางรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ

ส่วนของ Shungiku ที่สามารถรับประทานได้จะเป็นใบอ่อนและก้าน โดยมีความพิเศษที่ส่วนใบจะมีกลิ่นหอมคล้ายกับตัวดอก และมีรสขมเล็กน้อยคล้ายสมุนไพรที่จะอ่อนลงเมื่อนำไปปรุงสุก ในส่วนของก้านจะมีรสหวานเล็กน้อย เป็นผักที่เต็มไปด้วยสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามิน K ที่สำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด, ใยอาหารที่ส่งเสริมการขับถ่าย, แคลเซียมที่เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และโพแทสเซียมที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง

 

การนำ Shungiku ไปใช้ในอาหารญี่ปุ่น

ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น Shungiku จะนิยมรับประทานมากที่สุดในเมนูประเภทน้ำซุป ได้แก่ Nabemono (หม้อไฟ), Shabu Shabu และ Sukiyaki โดยจะนำลงไปต้มเป็นสิ่งสุดท้ายเพื่อให้ผักมีรสชาติที่ละมุนขึ้นแต่ไม่ถูกต้มจนเปื่อยเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานสดหรือใส่ลงในสลัด และนำไปทำเป็น Goma-ae หรือสลัดผักลวกคลุกซอสงาสไตล์ญี่ปุ่น หรือนำไปชุบแป้งทอดเป็นเทมปุระผักได้อีกด้วย
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Furikake (ฟุริคาเกะ (, ふりかけ)
ทำความรู้จัก Furikake (ฟุริคาเกะ (, ふりかけ) ผงโรยข้าวญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์โดยเภสัชกร
Beef Tibs
ทำความรู้จัก Beef Tibs (เนื้อทิปส์) อาหารยอดนิยมจากเอธิโอเปีย
Sardinhas Assadas (ซาร์ดินยัช อาซาดัช)
ทำความรู้จัก “Sardinhas Assadas” (ซาร์ดินยัช อาซาดัช) ปลาซาร์ดีนย่างถ่านอาหารประจำชาติ และสัญลักษณ์ของประเทศโปรตุเกส
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้