แชร์

Stevia (สตีเวีย)

อัพเดทล่าสุด: 12 มิ.ย. 2025

หญ้าหวาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Stevia (สตีเวีย) เป็นพืชดั้งเดิมจาก ทวีปอเมริกาใต้ ที่นิยมใช้โดยชนพื้นเมืองชาวอินเดียนแดงในอเมริกาใต้ มานานกว่า 200 ปี ด้วยสรรพคุณโดดเด่นคือความหวานที่ปราศจากแคลอรี่จากแหล่งธรรมชาติ เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน วันนี้ Rimping Supermarket จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสารให้ความหวานจากธรรมชาติชนิดนี้กันค่ะ

จุดกำเนิดโบราณ: Ka'a he'ê จากอเมริกาใต้ (200 ปีก่อน - ศตวรรษที่ 16)

Stevia มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ในอดีตจะรู้จักกันชื่อ Ka'a he'ê หรือ Sweet herb ว่ากันว่าชนพื้นเมืองมักจะนำใบสดของ Stevia มาใช้ทำเครื่องดื่มรสหวาน และนำใบแห้งมาทำเป็นชาหรือยาให้มีรสชาติหวานขึ้น

ถึงแม้ว่าชนพื้นเมืองในแถบอเมริกาใต้จะมีการใช้ Stevia มานานกว่าหลายร้อยปี แต่ชาวยุโรปเพิ่งจะรู้จัก Stevia ในช่วง ศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสำรวจชาวยุโรปเดินทางมาล่าอาณานิคม พวกเขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Stevia จากชนพื้นเมือง และนำความรู้เกี่ยวกับพืชชนิดนี้กลับไปยังยุโรป

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์และการผลิตเชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่น (ค.ศ. 1899 - 1970)

ในปี ค.ศ. 1899 Stevia ได้รับการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรก ในชื่อ Eupatorium rebaudianum โดย Moises Santiago de Bertoni (โมยเซส ซานติอาโก เดอ แบร์โตนี) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวิส การบันทึกของเขาได้ปูทางให้กับนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกในการศึกษาความหวานจาก Stevia

ต่อมาในปี ค.ศ. 1930 นักเคมีชาวฝรั่งเศส M. Bridel และ R. Lavielle ได้แยกสารประกอบเฉพาะที่ทำให้ Stevia มีรสหวานออกมา นั่นก็คือ Steviol glycosides (สตีวิออลไกลโคไซด์) และพบว่า Stevia มีรสชาติหวานกว่าน้ำตาลทั่วไป 100 - 300 เท่า แต่แคลอรี่เป็นศูนย์

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการวิจัยอย่างกว้างขวางในทวีปยุโรป แต่ ญี่ปุ่น เป็นประเทศแรกที่นำ Stevia มาผลิตในเชิงพาณิชย์ในปี ค.ศ. 1970 เนื่องจากญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำตาล ด้วยเหตุนี้นักวิจัยชาวญี่ปุ่นจึงหันมาใช้ Stevia เป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติทดแทนน้ำตาล สิ่งนี้จึงส่งผลทำให้ Stevia ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น กลายเป็นสารให้ความหวานหลักในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่เครื่องดื่ม ลูกอม และขนมหวาน

ความท้าทายด้านกฎระเบียบและการยอมรับทั่วโลก (ปลายศตวรรษที่ 20 - ปัจจุบัน)

แม้จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น แต่ Stevia ในเชิงพาณิชย์ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจนนำไปสู่การห้ามหรือข้อจำกัดในหลายประเทศในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เนื่องจากยังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของความปลอดภัยเกี่ยวกับสุขภาพในด้านอื่นๆ มากพอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า Stevia ก็เริ่มได้รับการยอมรับในภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น ในช่วงต้น ศตวรรษที่ 21 ทั้ง สหภาพยุโรป และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้สกัด Stevia บางชนิดที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งปูทางไปสู่การนำไปใช้อย่างแพร่หลาย

ปัจจุบัน Stevia ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง เป็นสารให้ความหวานในผลิตภัณฑ์หลายประเภท รวมถึงเครื่องดื่ม ขนมอบ และของขบเคี้ยว ซึ่งความนิยมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคสมัยใหม่เริ่มแสวงหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแทนน้ำตาล

สรรพคุณและข้อควรระวัง

Stevia มีสรรพคุณหลากหลาย เช่น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินพอดีของร่างกาย ช่วยลดอาการฟันผุได้ นิยมนำมาผลิตเป็นยาสีฟัน และน้ำยาบ้วนปาก ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อน ช่วยบำรุงตับ และบำรุงกำลัง โดยใช้ทดแทนเกลือแร่ในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ รวมถึงใช้ในผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากไม่มีพลังงานและแคลอรี่

อย่างไรก็ตาม สตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตรควรเลี่ยงบริโภค Stevia เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยในการใช้ Stevia ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Pure White Hokkaido Corn (ข้าวโพดฮอกไกโด)
ชวนรู้จัก Pure White Hokkaido Corn (ข้าวโพดฮอกไกโด) ข้าวโพดหวานทานดิบได้ จากประเทศญี่ปุ่น
Tangyuan
ทำความรู้จัก Tangyuan (ทังหยวน, 汤圆) ขนมหวานดั้งเดิมของจีน
Seolleongtang (ซอลลองทัง, 설렁탕)
ทำความรู้จัก Seolleongtang (ซอลลองทัง, 설렁탕) ซุปกระดูกวัวชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของเกาหลี
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ