แชร์

Larsen Cognac (ลาร์เซน คอนญัค)

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ย. 2026
ในโลกของคอนญัค Larsen คือหนึ่งในแบรนด์ที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตระกูลผู้ผลิตคอนญัคเก่าแก่ในประเทศฝรั่งเศส แต่เริ่มต้นจากการเดินทางของชายชาวนอร์เวย์คนหนึ่งที่ตั้งใจล่องเรือไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ ๆ

 

การเดินทางของชายหนุ่มชาวนอร์เวย์สู่เมือง Cognac

เรื่องราวของ Larsen เริ่มต้นขึ้นโดย Jens Reidar Larsen ชายหนุ่มชาวนอร์เวย์ผู้เกิดในปี ค.ศ. 1895 ที่เมือง Kristiansand และเติบโตในเมือง Tromsø เมืองท่าทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ Jens Reidar เติบโตมาในครอบครัวนักเดินเรือ ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นเคยกับวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเดินทางมาตั้งแต่วัยเยาว์ กระทั่งในปี ค.ศ. 1919 ขณะที่มีอายุประมาณ 24 ปี เขาได้ตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาโอกาส และเริ่มชีวิตใหม่ในทวีปอเมริกา

แต่หลังจากออกเดินทาง เส้นทางชีวิตของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อเรือที่โดยสารจำเป็นต้องแวะจอดที่เมือง Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส เพื่อซ่อมแซมตัวเรือ ระหว่างที่รอการซ่อมแซม Jens Reidar ได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศของฝรั่งเศส ผู้คน และวัฒนธรรมการผลิตไวน์ จนเกิดความสนใจ และเริ่มมองเห็นเส้นทางชีวิตใหม่ จากเดิมที่ตั้งใจจะเดินทางต่อไปยังทวีปอเมริกา เขากลับตัดสินใจอยู่ในฝรั่งเศสต่อ และไม่เคยกลับขึ้นเรือลำนั้นอีกเลย

หลังจากใช้เวลาสำรวจ และทำความรู้จักกับหลายพื้นที่ของฝรั่งเศส Jens Reidar ก็เดินทางมาถึงเมือง Cognac ในแคว้น Charente เมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้กำเนิดบรั่นดีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ที่นี่เองที่เขาได้พบทั้งความรัก แรงบันดาลใจ และโอกาสใหม่ในชีวิต จนตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ในเมืองนี้อย่างถาวร

 

กำเนิดแบรนด์ Larsen Cognac

Jens Reidar ใช้เวลาหลายปีเรียนรู้ และฝึกฝนเกี่ยวกับการผลิตคอนญัคอย่างจริงจัง โดยได้ทำงานและสั่งสมประสบการณ์ที่โรงกลั่น Prunier ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนญัคที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาค่อย ๆ เข้าใจกระบวนการผลิต และศาสตร์ของคอนญัคมากขึ้น จนมีความรู้ และความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

ในปี ค.ศ. 1926 Jens Reidar ตัดสินใจซื้อกิจการของ Joseph Gautier ผู้ผลิตคอนญัคในเมือง Cognac และก่อตั้งบริษัทภายใต้ชื่อสกุลของตนเองว่า “Larsen” นี่จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ “Larsen Cognac”

ในช่วงแรกของการทำธุรกิจไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก แต่ Jens Reidar มีความได้เปรียบจากความเข้าใจในรสนิยมของผู้บริโภคชาวสแกนดิเนเวีย รวมถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ในประเทศแถบนอร์ดิก เขาจึงค่อย ๆ ขยายตลาดของ Larsen ไปยังนอร์เวย์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค จนแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงทศวรรษ 1960 Jens Reidar ได้ส่งต่อกิจการให้แก่ Jean ลูกสาวคนโตของเขา ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำให้ Larsen กลายเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ก่อนที่ความรับผิดชอบจะถูกส่งต่อไปยังทายาทรุ่นต่อมา ได้แก่ Frédéric, Nicolas และ Anne ผู้สืบทอดทั้งแนวทางการทำงาน และความรู้เกี่ยวกับการผลิตคอนญัคที่ครอบครัวสั่งสมต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น

 

ปรัชญาแห่งนักสำรวจ และจิตวิญญาณแห่งไวกิ้ง

ด้วยความผูกพันกับรากเหง้าของครอบครัว และสายเลือดนอร์เวย์ Larsen จึงใช้ชื่อ “Larsen – le cognac des Vikings” หรือ “คอนญัคแห่งไวกิ้ง” เป็นส่วนหนึ่งในอัตลักษณ์ของแบรนด์ ชื่อนี้สะท้อนเรื่องราวของผู้ก่อตั้งชาวนอร์เวย์ และกลายเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับ Larsen มาจนถึงปัจจุบัน

หากมองย้อนกลับไปเรื่องราวของ Jens Reidar แทบจะสะท้อนตัวตนของ Larsen ได้อย่างชัดเจน เขาเป็นชายคนหนึ่งที่ออกเดินทางจากนอร์เวย์โดยที่ไม่รู้ว่าจะพาชีวิตไปจบลงที่ตรงไหน จากนอร์เวย์สู่ฝรั่งเศส จาก Bordeaux สู่ Cognac จากนักเดินทางสู่ผู้เชี่ยวชาญ และจากความสนใจใน Eau-de-vie สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง

เส้นทางชีวิตของ Jens Reidar กลายเป็นที่มาของแนวคิด “Explorer” หรือนักสำรวจ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ Larsen ยังคงใช้สื่อสารมาจนถึงปัจจุบัน เว็บไซต์ของแบรนด์อธิบายว่า Larsen Cognac สร้างขึ้นสำหรับผู้ที่มีหัวใจของนักสำรวจ ผู้ที่เปิดรับการเรียนรู้ พร้อมค้นพบสิ่งใหม่ และมองหาประสบการณ์ที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่คุ้นเคย ด้วยเหตุนี้ Larsen จึงไม่ได้สื่อสารการดื่มคอนญัคเพียงในแง่ของคุณภาพหรือรสชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง “การค้นพบ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของแบรนด์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น:

การค้นพบสถานที่ใหม่
การค้นพบรสชาติใหม่
การค้นพบประสบการณ์ใหม่
และบางครั้งอาจเป็นการค้นพบมุมมองใหม่ของตัวเราเอง ผ่านช่วงเวลาที่เราได้หยุดพัก และใช้เวลาดื่มด่ำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ศิลปะแห่งการกลั่น การบ่ม และ Master Blender

หนึ่งในลักษณะที่ทำให้ Larsen มีเอกลักษณ์แตกต่างจากคอนญัคอื่น ๆ คือการให้ความสำคัญกับ ความสด กลิ่นหอมของผลไม้ และความสมดุลของรสชาติ

กระบวนการผลิตของ Larsen มีรายละเอียดเฉพาะตัว หลังจากผ่านการทำไวน์แล้ว Eau-de-vie จะถูก กลั่นสองครั้งโดยไม่ใช้ตะกอนยีสต์ หรือ lees แนวทางนี้ช่วยรักษากลิ่นหอม และลักษณะของผลไม้จากองุ่นเอาไว้ ทำให้ได้ Eau-de-vie ที่มีความละเอียด นุ่มนวล และมีความสง่างาม

ระหว่างการกลั่น ผู้เชี่ยวชาญจะให้ความสำคัญกับช่วงที่เรียกว่า “Coeur de la bonne chauffe” (ช่วงหัวใจของการกลั่น) ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถันก่อนนำ Eau-de-vie ที่ได้ไปบ่มต่อในถังไม้โอ๊ก ขั้นตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า การผลิตคอนญัคต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ผลิตในการตัดสินใจเลือก Eau-de-vie ที่มีคุณภาพ และเหมาะสมที่สุด

เมื่อ Eau-de-vie ถูกนำเข้าสู่ถังไม้โอ๊ก กระบวนการผลิตก็เดินทางเข้าสู่อีกขั้นตอนหนึ่ง การบ่มถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของการทำคอนญัค กว่าจะพัฒนาทั้งสี กลิ่น และรสชาติได้อย่างเต็มที่ต้องอาศัยเวลา

สำหรับ Larsen กระบวนการบ่มมีรายละเอียดที่แบรนด์ให้ความสำคัญ โดยระบุว่าใช้ถังไม้ที่ทำจาก ไม้โอ๊กเนื้อละเอียดจากป่า Tronçais ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีปริมาณแทนนินค่อนข้างต่ำ และใช้การคั่วไม้ในระดับอ่อน เพื่อให้ไม้ช่วยเสริมบุคลิกของ Eau-de-vie โดยไม่กลบรสชาติ และกลิ่นของผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Larsen

การผลิตคอนญัคยังไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ แต่ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนที่ต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์ นั่นคือ การ Blend ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Eau-de-vie จากแหล่งและอายุที่แตกต่างกันจะถูกนำมาผสมผสาน Larsen เปรียบเทียบ Master Blender เสมือนนักดนตรีหรือวาทยกรที่ต้องควบคุมองค์ประกอบจำนวนมากให้ทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบัน David Croizet ทำหน้าที่ Master Blender ของ Larsen ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี

หน้าที่นี้ไม่ใช่เพียงการเลือกคอนญัคที่ “ดี” ที่สุด แต่คือการค้นหาว่า Eau-de-vie ใดควรอยู่ร่วมกับอีกชนิดหนึ่ง ในปริมาณเท่าใด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลไม้ ความสด ความนุ่ม และอิทธิพลของไม้โอ๊ก นี่คือเหตุผลที่คอนญัคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของความสมดุล

 

ขวดรูปเรือไวกิ้ง : สัญลักษณ์แห่งการเดินทาง

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Larsen เป็นที่จดจำคือการออกแบบขวด โดยเฉพาะขวดรูป “Viking Ship” หรือเรือไวกิ้ง ซึ่งเชื่อมโยงกับรากเหง้าของ Jens Reidar และเรื่องราวการเดินทางจากนอร์เวย์มายังฝรั่งเศส ขวดรูปเรือไม่ได้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่แบรนด์ต้องการสื่อถึงการเดินทาง การค้นพบ และการก้าวออกไปสู่เส้นทางใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขวด Larsen จึงมีเอกลักษณ์ทั้งในฐานะเครื่องดื่ม และของสะสมที่มีคุณค่าด้านการออกแบบ

เรื่องราวของ Jens Reidar Larsen สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งการเดินทางที่เราไม่ได้วางแผนไว้ อาจนำเราไปพบกับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตก็ได้

Larsen Cognac 3 รุ่นยอดนิยม ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

  • Larsen VSOP Reserve: เป็น Cognac ที่สะท้อนความสมดุลของสไตล์ Larsen ได้อย่างชัดเจน ผลิตจาก Eaux-de-vie มากถึง 40 ชนิด จากแหล่งปลูก Fins Bois และ Petite Champagne โดยมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ไปจนถึงมากกว่า 10 ปี โดดเด่นด้วยโน้ตของผลไม้เชื่อม ลูกพลัม วานิลลา ขนมปังปิ้ง และแยมส้ม ให้สัมผัสที่นุ่มและกลมกล่อม ดื่มง่าย เหมาะสำหรับหลากหลายโอกาส
  • Larsen XO Reserve: ยกระดับความซับซ้อน และความพรีเมียมขึ้นมาอีกขั้น รุ่นนี้ใช้ Eaux-de-vie มากถึง 60 ชนิด จาก 3 แหล่งปลูกหลัก ได้แก่ Fins Bois, Petite Champagne และ Grande Champagne โดยมี Eaux-de-vie ที่บ่มนานสูงสุดถึง 30 ปี มีความหอมและความซับซ้อนชัดเจน โน้ตของผลไม้สุก ลูกพรุน ถั่ว โกโก้คั่ว ชะเอม และมอคค่า รสสัมผัสละมุน และทิ้งทวนรสชาติอย่างยาวนาน
  • Larsen Viking Ship: รุ่นที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของขวดรูปเรือไวกิ้ง เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษ มอบเป็นของขวัญ หรือนำมาเฉลิมฉลอง จุดเด่นที่ซ่อนอยู่คือจุกปิดสีทองที่สลักคำว่า “Invincible” ซึ่งหมายถึงความอยู่ยงคงกระพัน ในด้านรสชาติมีบุคลิกที่นุ่มนวล และสง่างาม หอมดอกไม้และผลไม้ เช่น เสาวรส ลิ้นจี่ และวานิลลา ให้สัมผัสละมุนคล้ายแพรไหม (Elegant)

บทความที่เกี่ยวข้อง
Dunkel (ดุงเคิล)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Dunkel (ดุงเคิล) เบียร์ดำเยอรมันที่ผลิตจากมอลต์สีเข้ม
India Pale Ale (IPA) และความแตกต่างของแต่ละประเภท
เรื่องราวต้นกำเนิดของเบียร์ India Pale Ale (IPA) และความแตกต่างของแต่ละประเภท
 Old Pulteney (โอลด์ พุลท์นีย์)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Old Pulteney (โอลด์ พุลท์นีย์) Single Malt Whisky แห่งท้องทะเล : ตำนานจากชายฝั่งสกอตแลนด์ที่กวาดรางวัลระดับโลก
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้