Larsen Cognac (ลาร์เซน คอนญัค)

การเดินทางของชายหนุ่มชาวนอร์เวย์สู่เมือง Cognac
เรื่องราวของ Larsen เริ่มต้นขึ้นโดย Jens Reidar Larsen ชายหนุ่มชาวนอร์เวย์ผู้เกิดในปี ค.ศ. 1895 ที่เมือง Kristiansand และเติบโตในเมือง Tromsø เมืองท่าทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ Jens Reidar เติบโตมาในครอบครัวนักเดินเรือ ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นเคยกับวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเดินทางมาตั้งแต่วัยเยาว์ กระทั่งในปี ค.ศ. 1919 ขณะที่มีอายุประมาณ 24 ปี เขาได้ตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาโอกาส และเริ่มชีวิตใหม่ในทวีปอเมริกาแต่หลังจากออกเดินทาง เส้นทางชีวิตของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อเรือที่โดยสารจำเป็นต้องแวะจอดที่เมือง Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส เพื่อซ่อมแซมตัวเรือ ระหว่างที่รอการซ่อมแซม Jens Reidar ได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศของฝรั่งเศส ผู้คน และวัฒนธรรมการผลิตไวน์ จนเกิดความสนใจ และเริ่มมองเห็นเส้นทางชีวิตใหม่ จากเดิมที่ตั้งใจจะเดินทางต่อไปยังทวีปอเมริกา เขากลับตัดสินใจอยู่ในฝรั่งเศสต่อ และไม่เคยกลับขึ้นเรือลำนั้นอีกเลย
หลังจากใช้เวลาสำรวจ และทำความรู้จักกับหลายพื้นที่ของฝรั่งเศส Jens Reidar ก็เดินทางมาถึงเมือง Cognac ในแคว้น Charente เมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้กำเนิดบรั่นดีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ที่นี่เองที่เขาได้พบทั้งความรัก แรงบันดาลใจ และโอกาสใหม่ในชีวิต จนตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ในเมืองนี้อย่างถาวร
กำเนิดแบรนด์ Larsen Cognac
Jens Reidar ใช้เวลาหลายปีเรียนรู้ และฝึกฝนเกี่ยวกับการผลิตคอนญัคอย่างจริงจัง โดยได้ทำงานและสั่งสมประสบการณ์ที่โรงกลั่น Prunier ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนญัคที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาค่อย ๆ เข้าใจกระบวนการผลิต และศาสตร์ของคอนญัคมากขึ้น จนมีความรู้ และความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในปี ค.ศ. 1926 Jens Reidar ตัดสินใจซื้อกิจการของ Joseph Gautier ผู้ผลิตคอนญัคในเมือง Cognac และก่อตั้งบริษัทภายใต้ชื่อสกุลของตนเองว่า “Larsen” นี่จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ “Larsen Cognac”
ในช่วงแรกของการทำธุรกิจไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก แต่ Jens Reidar มีความได้เปรียบจากความเข้าใจในรสนิยมของผู้บริโภคชาวสแกนดิเนเวีย รวมถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ในประเทศแถบนอร์ดิก เขาจึงค่อย ๆ ขยายตลาดของ Larsen ไปยังนอร์เวย์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค จนแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงทศวรรษ 1960 Jens Reidar ได้ส่งต่อกิจการให้แก่ Jean ลูกสาวคนโตของเขา ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำให้ Larsen กลายเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ก่อนที่ความรับผิดชอบจะถูกส่งต่อไปยังทายาทรุ่นต่อมา ได้แก่ Frédéric, Nicolas และ Anne ผู้สืบทอดทั้งแนวทางการทำงาน และความรู้เกี่ยวกับการผลิตคอนญัคที่ครอบครัวสั่งสมต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น
ปรัชญาแห่งนักสำรวจ และจิตวิญญาณแห่งไวกิ้ง
ด้วยความผูกพันกับรากเหง้าของครอบครัว และสายเลือดนอร์เวย์ Larsen จึงใช้ชื่อ “Larsen – le cognac des Vikings” หรือ “คอนญัคแห่งไวกิ้ง” เป็นส่วนหนึ่งในอัตลักษณ์ของแบรนด์ ชื่อนี้สะท้อนเรื่องราวของผู้ก่อตั้งชาวนอร์เวย์ และกลายเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับ Larsen มาจนถึงปัจจุบัน
หากมองย้อนกลับไปเรื่องราวของ Jens Reidar แทบจะสะท้อนตัวตนของ Larsen ได้อย่างชัดเจน เขาเป็นชายคนหนึ่งที่ออกเดินทางจากนอร์เวย์โดยที่ไม่รู้ว่าจะพาชีวิตไปจบลงที่ตรงไหน จากนอร์เวย์สู่ฝรั่งเศส จาก Bordeaux สู่ Cognac จากนักเดินทางสู่ผู้เชี่ยวชาญ และจากความสนใจใน Eau-de-vie สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง
เส้นทางชีวิตของ Jens Reidar กลายเป็นที่มาของแนวคิด “Explorer” หรือนักสำรวจ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ Larsen ยังคงใช้สื่อสารมาจนถึงปัจจุบัน เว็บไซต์ของแบรนด์อธิบายว่า Larsen Cognac สร้างขึ้นสำหรับผู้ที่มีหัวใจของนักสำรวจ ผู้ที่เปิดรับการเรียนรู้ พร้อมค้นพบสิ่งใหม่ และมองหาประสบการณ์ที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่คุ้นเคย ด้วยเหตุนี้ Larsen จึงไม่ได้สื่อสารการดื่มคอนญัคเพียงในแง่ของคุณภาพหรือรสชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง “การค้นพบ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของแบรนด์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น:
การค้นพบสถานที่ใหม่
การค้นพบรสชาติใหม่
การค้นพบประสบการณ์ใหม่
และบางครั้งอาจเป็นการค้นพบมุมมองใหม่ของตัวเราเอง ผ่านช่วงเวลาที่เราได้หยุดพัก และใช้เวลาดื่มด่ำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ศิลปะแห่งการกลั่น การบ่ม และ Master Blender
หนึ่งในลักษณะที่ทำให้ Larsen มีเอกลักษณ์แตกต่างจากคอนญัคอื่น ๆ คือการให้ความสำคัญกับ ความสด กลิ่นหอมของผลไม้ และความสมดุลของรสชาติ
กระบวนการผลิตของ Larsen มีรายละเอียดเฉพาะตัว หลังจากผ่านการทำไวน์แล้ว Eau-de-vie จะถูก กลั่นสองครั้งโดยไม่ใช้ตะกอนยีสต์ หรือ lees แนวทางนี้ช่วยรักษากลิ่นหอม และลักษณะของผลไม้จากองุ่นเอาไว้ ทำให้ได้ Eau-de-vie ที่มีความละเอียด นุ่มนวล และมีความสง่างาม
ระหว่างการกลั่น ผู้เชี่ยวชาญจะให้ความสำคัญกับช่วงที่เรียกว่า “Coeur de la bonne chauffe” (ช่วงหัวใจของการกลั่น) ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถันก่อนนำ Eau-de-vie ที่ได้ไปบ่มต่อในถังไม้โอ๊ก ขั้นตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า การผลิตคอนญัคต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ผลิตในการตัดสินใจเลือก Eau-de-vie ที่มีคุณภาพ และเหมาะสมที่สุด
เมื่อ Eau-de-vie ถูกนำเข้าสู่ถังไม้โอ๊ก กระบวนการผลิตก็เดินทางเข้าสู่อีกขั้นตอนหนึ่ง การบ่มถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของการทำคอนญัค กว่าจะพัฒนาทั้งสี กลิ่น และรสชาติได้อย่างเต็มที่ต้องอาศัยเวลา
สำหรับ Larsen กระบวนการบ่มมีรายละเอียดที่แบรนด์ให้ความสำคัญ โดยระบุว่าใช้ถังไม้ที่ทำจาก ไม้โอ๊กเนื้อละเอียดจากป่า Tronçais ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีปริมาณแทนนินค่อนข้างต่ำ และใช้การคั่วไม้ในระดับอ่อน เพื่อให้ไม้ช่วยเสริมบุคลิกของ Eau-de-vie โดยไม่กลบรสชาติ และกลิ่นของผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Larsen
การผลิตคอนญัคยังไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ แต่ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนที่ต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์ นั่นคือ การ Blend ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Eau-de-vie จากแหล่งและอายุที่แตกต่างกันจะถูกนำมาผสมผสาน Larsen เปรียบเทียบ Master Blender เสมือนนักดนตรีหรือวาทยกรที่ต้องควบคุมองค์ประกอบจำนวนมากให้ทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบัน David Croizet ทำหน้าที่ Master Blender ของ Larsen ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี
หน้าที่นี้ไม่ใช่เพียงการเลือกคอนญัคที่ “ดี” ที่สุด แต่คือการค้นหาว่า Eau-de-vie ใดควรอยู่ร่วมกับอีกชนิดหนึ่ง ในปริมาณเท่าใด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลไม้ ความสด ความนุ่ม และอิทธิพลของไม้โอ๊ก นี่คือเหตุผลที่คอนญัคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของความสมดุล
ขวดรูปเรือไวกิ้ง : สัญลักษณ์แห่งการเดินทาง
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Larsen เป็นที่จดจำคือการออกแบบขวด โดยเฉพาะขวดรูป “Viking Ship” หรือเรือไวกิ้ง ซึ่งเชื่อมโยงกับรากเหง้าของ Jens Reidar และเรื่องราวการเดินทางจากนอร์เวย์มายังฝรั่งเศส ขวดรูปเรือไม่ได้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่แบรนด์ต้องการสื่อถึงการเดินทาง การค้นพบ และการก้าวออกไปสู่เส้นทางใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขวด Larsen จึงมีเอกลักษณ์ทั้งในฐานะเครื่องดื่ม และของสะสมที่มีคุณค่าด้านการออกแบบ
เรื่องราวของ Jens Reidar Larsen สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งการเดินทางที่เราไม่ได้วางแผนไว้ อาจนำเราไปพบกับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตก็ได้
Larsen Cognac 3 รุ่นยอดนิยม ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย
- Larsen VSOP Reserve: เป็น Cognac ที่สะท้อนความสมดุลของสไตล์ Larsen ได้อย่างชัดเจน ผลิตจาก Eaux-de-vie มากถึง 40 ชนิด จากแหล่งปลูก Fins Bois และ Petite Champagne โดยมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ไปจนถึงมากกว่า 10 ปี โดดเด่นด้วยโน้ตของผลไม้เชื่อม ลูกพลัม วานิลลา ขนมปังปิ้ง และแยมส้ม ให้สัมผัสที่นุ่มและกลมกล่อม ดื่มง่าย เหมาะสำหรับหลากหลายโอกาส
- Larsen XO Reserve: ยกระดับความซับซ้อน และความพรีเมียมขึ้นมาอีกขั้น รุ่นนี้ใช้ Eaux-de-vie มากถึง 60 ชนิด จาก 3 แหล่งปลูกหลัก ได้แก่ Fins Bois, Petite Champagne และ Grande Champagne โดยมี Eaux-de-vie ที่บ่มนานสูงสุดถึง 30 ปี มีความหอมและความซับซ้อนชัดเจน โน้ตของผลไม้สุก ลูกพรุน ถั่ว โกโก้คั่ว ชะเอม และมอคค่า รสสัมผัสละมุน และทิ้งทวนรสชาติอย่างยาวนาน
- Larsen Viking Ship: รุ่นที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของขวดรูปเรือไวกิ้ง เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษ มอบเป็นของขวัญ หรือนำมาเฉลิมฉลอง จุดเด่นที่ซ่อนอยู่คือจุกปิดสีทองที่สลักคำว่า “Invincible” ซึ่งหมายถึงความอยู่ยงคงกระพัน ในด้านรสชาติมีบุคลิกที่นุ่มนวล และสง่างาม หอมดอกไม้และผลไม้ เช่น เสาวรส ลิ้นจี่ และวานิลลา ให้สัมผัสละมุนคล้ายแพรไหม (Elegant)


